Browsed by
Month: March 2017

เซรั่มบอระเพ็ด วิธีทําให้หน้าขาวด้วยผงถั่วเขียว นมสด และโยเกิร์ต

เซรั่มบอระเพ็ด วิธีทําให้หน้าขาวด้วยผงถั่วเขียว นมสด และโยเกิร์ต

เซรั่มบอระเพ็ด วิธีทําให้หน้าขาวด้วยผงถั่วเขียว นมสด และโยเกิร์ต ผงถั่วเขียวที่นำมาใช้สำหรับขัดผิวหน้า แนะนำว่าควรเลือกใช้เป็นผงถั่วเขียวที่มีความเนียนละเอียดมากเป็นพิเศษ สามารถเลือกซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าทั่วไป ซึ่งจะมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นผงถั่วเขียวบดละเอียดมากๆ เอาไว้ให้เราอยู่แล้ว ด้วยความที่เนื้อถั่วเขียวมีความแข็ง จึงต้องหลีกเลี่ยงชนิดที่บดหยาบจนเกินไป เพราะจะทำให้ผิวเกิดความเสียหายตามมาแทนที่ได้ ส่วนผสมระหว่างผงถั่วเขียว นมสด และโยเกิร์ต เรียกได้ว่าเป็นการผสมผสานให้ได้อัตราส่วนของการบำรุงผิวที่ได้ประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วด้วยสครับจากผงถั่วเขียว นมสดเพิ่มความชุ่มชื้นไม่ให้ผิวหน้าแห้งจนเกินไป และโยเกิร์ตที่จะมีความเป็นกรดอ่อนๆ ช่วยกัดเอาเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดลอก พร้อมกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ต้นตอของการเกิดสิว ช่วยให้ผิวหน้าขาวเนียนมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนวิธีใช้ ให้ผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันตามอัตราส่วนที่เหมาะสมกับผิว สาวๆ ที่มีผิวหน้ามันเน้นที่โยเกิร์ตและถั่วเขียว สาวผิวหน้าแห้งและระคายเคืองได้ง่าย เน้นปริมาณนมสด ลดปริมาณโยเกิร์ต ส่วนสาวผิวธรรมดา ก็เลือกเอาเลยว่าจะเน้นบำรุงเพื่อผลลัพธ์แบบไหนเป็นหลัก จากนั้นก็นำมาขัดให้ทั่วผิวหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาทีค่อยล้างออก แล้วเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอีกขั้นตอน เซรั่มบอระเพ็ด.

เซรั่มบอระเพ็ด

เซรั่มบอระเพ็ด ประโยชน์ของการขัดผิวหน้าให้ขาวใสแบบธรรมชาติ tinospora serum

1.ช่วยลดการเกิดสิว ไทโนสปอร่า เซรั่ม

เนื่องจากการขัดผิวหน้าจะเป็นตัวช่วยกำจัดเอาเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วให้หลุดลอก

ลึกไปถึงชั้นผิวหนังด้านในที่เข้าถึงได้ยาก เป็นตัวลดอาการระคายเคืองอันเนื่องมาจากเชื้อแบคทีเรียและสิ่งสกปรก จึงทำให้สิวลดน้อยลงนั่นเอง

2.ทำให้ผิวชุ่มชื่นมากขึ้น

การขัดผิวไม่ได้เป็นตัวช่วยทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นได้เอง แต่ภายหลังการขัด เซรั่มบอระเพ็ด

สาวๆ จะต้องบำรุงผิวด้วยโลชั่นตามสภาพผิว ซึ่งสารต่างๆ จะซึมเข้าสู่ผิวได้ดีเป็นพิเศษภายหลังจากการขัดผิวหน้านั่นเอง

3.ช่วยให้ผิวเรียบเนียนเสมอกัน

เนื่องจากกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ซึ่งมักจะทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอถูกกำจัดออกไปได้อย่างหมดจรด เผยผิวใหม่ที่มีความเป็นธรรมชาติ ทำให้สีผิวเนียนเสมอกันได้อย่างที่ต้องการ

4.ช่วยลดความมันบนผิวหน้า

ด้วยการกำจัดเอาสิ่งสกปรกและไขมันส่วนเกินในรูขุมขนออกไป จึงช่วยทำให้ผิวหน้าไม่มัน ต่อมไขมันทำงานตามปกติ และยังช่วยทำให้การแต่งหน้าติดทนนาน ไม่เยิ้มในระหว่างวันด้วย

ข้อควรระวังกับการสูตรขัดผิวขาวใสของผิวหน้า

ข้อควรระวังที่สาวๆ ควรทราบ สำหรับการขัดผิวหน้า ด้วยสภาพที่ผิวมีความบอบบางมากกว่าผิวกาย

การขัดที่ดีจะต้องหลีกเลี่ยงการใช้ส่วนผสมที่มีความเป็นกรดเข้มข้นจนเกินไป

การขัดผิวที่ถูกวิธีจะต้องหมุนมือให้เป็นวงกลมช้าๆ และเบามือ เพื่อช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวหลุดลออกออกมา

หากรู้สึกระคายเคืองแสบร้อน ให้รีบล้างทำความสะอาด และไม่ควรทิ้งไว้นานจนเกินไป

สาวๆ ที่มีผิวแห้ง ระคายเคืองและแพ้ง่ายเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

ควรระมัดระวังการขัดผิวหน้าให้มากหน่อย และหลีกเลี่ยงการขัดผิวทุกวัน

แต่ให้ใช้สูตรขัดผิวหน้าต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้นเพียงสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง ห่างกัน 3-4 วันเท่านั้น

เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้งและบางจนเกินไป ท้ายที่สุดก็อย่าลืมปกป้องผิวด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ทุกครั้งหลังการขัดหน้า

ซึ่งจะทำให้ผิวชุ่มชื่น และซึมซาบเอาสารอาหารที่มีประโยชน์เข้าสู่ผิวได้มากเป็นพิเศษนั่นเองค่ะ

อย่างที่เราทราบกันดีว่า สครับผิว ที่วางจำหน่ายตามท้องตลาด ในบ้านเรานั้น มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ

แต่ละยี่ห้อล้วนโฆษณาสรรพคุณว่า ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า เผยเซลล์ผิวใหม่ ที่เรียบเนียน กระจ่างใส ….

…แต่คุณรู้หรือไม่ว่า สครับขัดผิว ที่เต็มไปด้วยเม็ดบีดเล็ก ๆ ที่ทำด้วยพลาสติกเหล่านั้น อาจไม่ได้ช่วยเผยผิวสวยสดใส ให้คุณเสมอไป!!

ในหลายปีที่ผ่านมา สครับขัดผิว ที่ทำด้วยเม็ดบีดพลาสติกขนาดเล็ก ได้รับการนิยม และได้รับการแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังว่า

ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว บนใบหน้าและลำคอของเราออกไป เซรั่มบอระเพ็ด ได้อย่างอ่อนโยน มีการนำเม็ดบีดลักษณะนี้ มาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางชนิดต่างๆ มากมาย

แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีการศึกษาพบว่า เม็ดบีดขัดผิวเหล่านี้ อาจทำร้ายผิวของคุณได้ โดยจะทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื่น และรบกวนการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงผิว

ปัจจุบัน ในหลายบริษัทจึงเริ่ม ยกเลิกการใช้เม็ดบีดลักษณะนี้ มาผสมในผลิตภัณฑ์ขัดผิว และมีการเปลี่ยนสูตรการผลิตสครับขัดผิว จากเม็ดบีดสังเคราะห์

มาเป็นเม็ดบีดจากธรรมชาติมากขึ้น ซึ่งจะอ่อนโยนต่อสภาพผิวของคุณ และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่กำลังมองหาผลิตภัณฑ์สครับขัดผิวจากธรรมชาติ ที่อ่อนโยนและไม่ทำร้ายผิว เราแนะนำให้คุณ ….

มองหาส่วนผสมเหล่านี้ ในฉลากผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อ หรือถ้าคุณจะทำสครับขัดผิวเอง แต่ไม่รู้จะเลือกวัตถุดิบอะไรบ้าง

มาดูกันว่า…. สครับขัดผิวจากธรรมชาติ ที่ทำให้ผิวของคุณ เปล่งประกาย ดูสดใสขึ้นได้ ในชั่วข้ามคืน ควรจะมีส่วนผสมอะไรข้างในบ้าง?

1. ธัญพืชเนื้อละเอียด

สครับที่ทำจากข้าวโอ๊ตและอัลมอนด์ เป็นสครับใยอาหารจากธรรมชาติ มีเนื้อละเอียด ช่วยขจัดสิ่งสกปรกอุดตัน ในรูขุมขน ทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น

นอกจากนี้ ข้าวโอ๊ต ยังช่วยบรรเทาอาการอักเสบของผิว โดยลดอาการคัน บวม และลดรอยแดงได้

2. น้ำตาล

เมื่อเอ่ยถึงน้ำตาล หลายคนคงจะนึกถึงแต่เพียงรสชาติหวาน ๆ แต่จริง ๆ แล้วน้ำตาล ไม่ได้มีประโยชน์แค่การปรุงรสเท่านั้น

ปัจจุบัน มีการนำน้ำตาล มาเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์ขัดผิวด้วย

สครับที่ทำด้วยน้ำตาลนั้น เหมาะกับทุกสภาพผิว ไม่ตกค้างตามผิวหนัง เนื่องจากละลายน้ำได้ดี ล้างออกง่าย

และมีคุณสมบัติดูดความชื้น ดังนั้น ผิวของคุณจะชุ่มชื่นหลังจากใช้สครับสูตรนี้

นอกจาก จะช่วยลดผิวแห้งกร้านตามแขนหรือขาแล้ว น้ำตาลยังใช้ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว บริเวณริมฝีปากได้ด้วย หรือคุณอาจนำน้ำตาล ไปผสมในครีมนวดผม

เพื่อช่วยนวดหนังศีรษะ ขณะสระผมก็ได้ โดยผสมน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ กับครีมนวดผมที่ใช้อยู่ เท่านี้ก็ได้ สูตรขัดผิวเฉพาะจุดเพิ่มมากขึ้น

อ่านเพิ่ม: สูตรขัดผิวด้วยน้ำตาลทรายแดง
3. เปลือกและเมล็ดของผลไม้

ผิวที่ขรุขระ มีขอบมีมุมของเปลือกของผลวอลนัท เมล็ดแอปริคอท และเมล็ดองุ่น จะช่วยขัดผิวของคุณ บริเวณข้อศอก เข่า และข้อเท้า ให้เรียบเนียนขึ้นได้

แต่อาจจะไม่เหมาะ สำหรับผิวหน้า โดยเฉพาะ ผิวแพ้ง่าย ยกเว้น คุณจะบดให้เป็นผงละเอียดก่อน แล้วจึงนำมาขัดหน้าได้ตามต้องการ

4. ผงแป้งข้าวเจ้า

“ข้าว” ไม่เพียงแต่จะเป็นอาหารหลักของชาวเอเชีย ข้าวที่ยังไม่ได้นำมาปรุงให้สุก ยังเป็นวัตถุดิบที่นำมาใช้เพื่อความงาม ได้เช่นกัน

โดยช่วยในการขัดผิว เหมาะกับทุกสภาพผิว เช่น ผิวมัน ผิวระคายเคืองง่าย รอยแดงจากสิว รอยแดงจากผดผื่น หรือผื่นผิวหนังอักเสบ

หากคุณต้องการทำสครับขัดผิวด้วยตัวเอง ให้นำผงแป้งข้าวเจ้า มาผสมกับโลชั่นสูตรปราศจากน้ำหอม นำมาพอกหน้า หรือขัดหน้าได้ตามต้องการ

5. มาร์ชแมลโลว์

จากวัตถุดิบทำขนมหวานที่หลาย ๆ คนชื่นชอบนั้น ถ้านำส่วนรากของพืชชนิดนี้ มาใช้สครับผิวก็จะช่วยให้ผิวของคุณ เรียบเนียนขึ้นได้เช่นกัน

โดยอาจใช้คู่กับ เวชสำอางรักษาสิว เช่น ครีมเบนโซอิล เปอร์ออกไซด์ (benzoyl peroxide) หรือใช้กับผิวหนังที่แห้งลอกก็ได้

โดยรากมาร์ชแมลโลว์ และสารสกัดจากราก มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ และบรรเทาอาการอักเสบ

ในผู้ที่มีปัญหาโรคผิวหนัง เช่น โรคสิวหน้าแดง หรือที่เรียกว่า โรคโรซาเซีย (rosace) โรคผื่นผิวหนังอักเสบ (eczema) และอาการบวมต่างๆ

6. เกลือ

เป็นวัตถุดิบในการขัดผิว ที่มีผิวค่อนข้างขรุขระ กว่าวัตถุดิบอื่น ๆ ที่กล่าวไปข้างต้น ผลึกเกลือจะมีเหลี่ยมมุม

ถ้านำไปขัดผิวโดยไม่ได้บดให้ละเอียด อาจทำให้รู้สึกระคายเคืองได้

แต่นั่น ก็ทำให้การขัดผิวด้วยเกลือ มีข้อดีคือ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ภายใต้ผิวหนังให้คุณด้วย

หากคุณต้องการนำเกลือมาขัดหน้า ให้บดให้ละเอียดก่อน แต่ต้องระวังในคนที่มีปัญหาผิวแห้ง เนื่องจาก เกลือ มีคุณสมบัติในการดูดน้ำออกจากผิว ซึ่งอาจทำให้ผิวคุณแห้งขึ้นได้

อ่านเพิ่ม: ขัดผิวสวยด้วยสครับเกลือ
7. กาแฟบด

สครับกาแฟ กากกาแฟ ขัดผิว

ผลิตภัณฑ์ขัดผิวโดยใช้กาแฟ เป็นส่วนผสมก็ช่วยให้ผิวคุณ ดูกระจ่างใสขึ้นได้เช่นกัน

หากคุณต้องการทำ สครับขัดผิวจากกาแฟ ให้เติมน้ำมันมะกอก ลงบนกาแฟที่ผ่านการบดเป็นผง

แล้วนำมาขัดผิวและนวดให้ทั่วร่างกาย ไปตามตำแหน่งของทางเดินน้ำเหลืองในร่างกาย (จากเท้าเข้าสู่หัวใจ) กาแฟ จะช่วยลดอาการบวมที่เกิดจากการคั่งของของเหลวใต้ผิวหนังได้ เซรั่มบอระเพ็ด.

โสมปู่เซิน โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction)

โสมปู่เซิน โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction)

โสมปู่เซิน โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ (Erectile Dysfunction) หมายถึง การที่อวัยวะเพศไม่มารถแข็งตัวหรือแข็งตัวได้ไม่นานพอที่จะประกอบกิจทางเพศสำเร็จความใคร่ คำศัพท์เดิมคือ หมด สมรรถภาพทางเพศ( Impotence) ซึ่งให้ความหมายทางน่าอับอาย คำว่า หย่อน สมรรถทางเพศ จึงเหมาะสมกว่า โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ( Erectile Dysfunction) เป็นรูปแบบหนึ่งของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ( Sexual Dysfunction) โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศอื่นๆ ได้แก่ โรคหลั่งเร็ว, โรคหลั่งช้า, โรคเฉื่อยชาทางเพศ, โรคไม่ถึงจุดสุดยอด เป็นต้น โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นโรคที่พลบ่อย ประมาณร้อยละ 50 ของชายอายุ 40-70 ปี มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศระดับใดระดับหนึ่ง แต่ผู้ป่วยน้อยกว่าร้อยละ 10 ที่แสวงหาทางรักษา กลไกการการแข็งตัวขององคชาต เพื่อให้เข้าใจสาเหตุของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ จึงควรทราบก่อนว่า องคชาติมีการแข็งตัวได้อย่างไร โดยทั่วไปการแข็งตัวขององคชาตมีได้ 3 แบบ คือ การแข็งตัวที่เกิดจากจิตใจ (Pyschogenic erection) เกิดจากสิ่งกระตุ้นทางตา ,หู, จมูก หรือสัมผัสที่สมองได้รับหรือจินตนาการ ซึ่งเกิดขึ้นเองในสมองส่งผ่านเส้นประสาทไขสันหลังบริเวณกระเบนเหน็บ ไปยังเส้นประสาทที่หล่อเลี้ยงองคชาต และเซลล์กล้ามเนื้อเรียบในองคชาต มีการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีสื่อสารต่างๆ ทำให้เลือดไหลสู่องคชาตมากขึ้นและไหลกลับน้อยบงองคชาติจึงแข็งตัว การแข็งตัวที่เกิดจากปฏิกิริยาสะท้อนกลับ (Reflexogenic erection) เป็นผลจากการกระตุ้นโดยตรงองชาต และเนื้อเยื่อบริเวณรอบๆ ส่งผ่ายระบบประสาทไขสันหลังทำให้เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับทางเส้นประสาทที่หล่อเลี้ยงองคชาตทำให้องคชาตแข็งตัว การแข็งตัวที่เกิดขึ้นในยามวิกาล (Nocturnal erection) เป็นความพยายามของร่างกายที่จะทำให้องาตมีออกซิเจนมาเลี้ยงเพิ่มขึ้น เกิดขึ้นขณะหลับแม้ไม่ได้ฝันเรื่องกามารมณ์ โดยอาศัยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่ทำให้องคชาตแข็งตัว ขณะตื่นการแข็งตัวขององคชาตเป็นผลจากกาทำงานร่วมกันของจิตใจและปฏิกิริยาสะท้อนกลับ โดยธรรมชาติการแข็งตัวจะลดลงเมื่ออายุมากขึ้นและต้องการการกระตุ้นมากขึ้นจึงจะแข็งตัวรวมทั้งความดื่มด่ำ ความนานและรุนแรงการถึงจุดสุดยอดจะลดลงและต้องการเวลามากขึ้นจึงจะกลับมาแข็งตัวใหม่ได้ โสมปู่เซิน.

โสมปู่เซิน
โสมปู่เซิน สาเหตุของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ
จะเห็นได้ว่าการแข็งตัวขององคชาต อาศัยการทำงานร่วมกันหลายระบบทั้งจิตใจ, สมอง, ไขสันหลัง, ระบบประสาทและหลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงองคชาต, รวมทั้งฮอร์โมนเพศชาย ความผิดปกติของระบบใดระบบหนึ่ง จึงทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัว หรือโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศได สาเหตุของโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมีดังนี้

ปัจจัยทางจิตใจ
พบว่าร้อยละ 10-30 ของผู้มีปัญหาหย่อนสมรรถภาพทางเพศมีปัญหาทางจิตใจ จึงขาดสิ่งกระตุ้นที่จะทำให้เกิดการแข็งตัว ปัญหาเหล่านี้ได้แก่ ความกลัว เช่น กลัวว่าจะไม่สามารถร่วมเพศได้ กลัวว่าอวัยวะเพศจะไม่แข็งตัว เมื่ออวัยวะไม่แข็งตัวก็ทำให้เกิดความกลัวมากขึ้น กลัวจะติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะโรคเอดส์ เป็นต้น รู้สึกผิดเกี่ยวกับเรื่องเพศ มีความเครียดหรือกังวลกับปัญหาเรื่องงานปัญหาเศรษฐกิจ หรือปัญหาครอบครัว โสมปู่เซิน

ปัญหาทางร่างกาย
มีสาเหตุทางกายหลายอย่างที่ทำให้เกิดโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ได้แก่

ความผิดปกติดทางระบบประสาท ถ้าเซลล์ประสาทที่ส่งสัญญาณหรือควบคุมการแข็งตัวขององคชาตถูกทำลายไม่ว่าโดยอุบัติเหตุหรือโรคภัยไข้เจ็บก็ทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัวได้ เช่น การบาดเจ็บต่อไขสันหลัง, การผ่าตัดต่อมลูกหมาก, เส้นเลือดในสมองตีบหรือแตก เป็นต้น
ความผิดปกติของหลอดเลือด โรคที่ทำเกิดความผิดปกติของการไหลเวียนเลือดสู่องคชาต ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน, ไขในในเลือดสูง, การสูบบุหรี่ เป็นต้น
ความเสียหายต่อโครงสร้างขององคชาต ที่เกิดจากการบาดเจ็บ, การผ่าตัด หรือสาเหตุอื่นๆ
การขาดแคลนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ซึ่งมักพบในผู้สูงอายุหรือวัยชายวัยทอง
การใช้ยา ยาบางชนิดทำให้เกิดปัญหาการแข็งตัว เช่น ยาขับปัสสาวะ, ยาคลายเครียด, ยารักษาโรคซึมเศร้า, ยารักษาโรค, ความดันโลหิตสูงบางชนิดที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนล่าง, ยากลุ่มต้านเบต้า,และ สุรา อย่างไรก็ตามผลของยามักเป็นชั่วคราวและกลับคืนสู่ปกติได้เมื่อหยุดใช้ยา ดังนั้น เมื่อพบแพทย์จึงต้องบอกถึงยาที่ใช้อยู่ด้วยเสมอ
การรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
เมื่อมีปัญหาอวัยวะเพศไม่แข็งตัวควรปรึกษาแพทย์ เนื่องจากโรคนี้สัมพันธ์กับผลของโรคบางโรค การบาดเจ็บ จากการรักษาทางยาหรือการผ่าตัดดังกล่าวมาแล้ว และมักมีปัจจัยหลายอย่างประกอบกันในปัจจุบันมีแนวทางการรักษาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศหลายทางด้วยกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุ

การรักษาปัจจัยทางจิตใจ ต้องได้รับการบำบัดทางจิตใจและจะได้ผลดีขึ้น ถ้าได้รับความร่วมมือที่ดีจากคู่ครอง การปฏิบัติต่อกันด้วยไมตรีจิต มีการเล้าโลม และกอดจูบกันโดยละเว้นจากการร่วมเพศสักระยะหนึ่ง เป็นการแก้ปัญหาที่มีประสิทธิภาพ
การรักษาปัจจัยทางร่างกาย ต้องรักษาโรคที่เป็นสาเหตุงดสูบบุหรี่, งดสุรา ให้แพทย์เปลี่ยนยาที่ใช้ถ้ามีผลต่อการแข็งตัว ให้ฮอร์โมนทดแทนในรายที่ขาดฮอร์โมนเพศ โสมปู่เซิน ในรายที่การรักษาข้างต้นไม่สามารถทำให้สมรรถภาพกลับสู่ปกติได้ อาจใช้ยาหรือเครื่องมือช่วยเพิ่มกระแสเลือดไปยังองคชาต หรือผ่าตัดสอดแกนในองคชาต ดังจะได้กล่าวรายละเอียดต่อไปนี้
การใช้ยาช่วยเพิ่มเลือดไปยังองคชาต ได้แก่
Sildenafil เป็นยารับประทานออกฤทธิ์เสริมการทำงานของสารที่ทำให้เลือดไหลเข้าสู่หลอดเลือดในองคชาต โดยยับยั้งเอนไซม์ที่ย่อยสลายสารดังกล่าว การใช้ยาชนิดนี้ต้องอาศัยการกระตุ้นทางเพศช่วยด้วยเสมอ ควรรับประทานยาก่อนร่วมเพศประมาณครึ่งชั่วโมงยานี้ไม่มีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางจึงไม่ใช่ยาปลุกกำหนัดอย่างที่เข้าใจกันผิดๆ ข้อห้ามที่สำคัญของยานี้ คือ ผู้ใช้ยาต้องไม่ไดกำลังใช้ยากลุ่มไนเตรต รวมทั้งยาที่สมีสารไนเตรตอยู่ เนื่องจากทำให้เสริมฤทธิ์กันเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ กรณีที่ใช้ยา Sildenafil แล้วมีอาการเจ็บหน้าอกภายใจ 24 ชั่วโมง จึงควรแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อแพทย์จะได้ไม่ให้ยาไนเตรตบรรเทาอาการเจ็บหน้าอกนั้น แม้ว่าครึ่งชีวิตของ Sildenafil จะสั้นกว่านั้นมากก็ไม่ควรเสี่ง
Alprostadil เป็นยาที่มีทั้งชนิดฉีดเข้าที่ช่ององคชาตและสอดทางท่อปัสสาวะ ช่วยให้เลือดไหลสู่หลอดเลือดในองคชาตมากขึ้นยานี้ออกฤทธิ์ได้โดยไม่ต้องอาศัยการกระตุ้นทางเพศ ผลข้างเคียง คือชนิดฉีดเข้าที่องคชาติอาจมีอาการแสบร้อน หรือปวดบริเวณที่ฉีดได้และชนิดสอดทางท่อปัสสาวะ อาจมีอาการแสบท่อปัสสาวะได้
การใช้อุปกรณ์สุญญากาศ ช่วยให้เลือดหลสู่องคชาตมากขึ้นจนแข็งตัว แล้วจึงใช้สายรัดโคนอวัยวะเพศไว้ ข้อที่สำคัญคือ ห้ามคาสายรัดไว้นานเกิน 30 นาที เนื่องจากจะขาดเลือดไปเลี้ยงมากเกินไป
การผ่าตัดสอดแกนในองคชาต มีที่ใช้น้อย และค่าใช้จ่ายสูง
ไม่ว่าจะใช้การรักษาแบบใด ต้องมีการให้ความรู้และความเข้าใจแก่คนไข้ด้วยเสมอ การรักษาจึงจะได้ผลดี ดังนั้นผู้ที่มีโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศจึงไม่ควรอับอาย หรือปิดบังจนเกิดปัญหาครอบครัวตามมา เพราะปัจจุบันความรู้ความเข้าใจและวิธีการรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศก้าวหน้าขึ้นมาก แพทย์สามารถแก้ปัญหาให้ท่านได้

โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ

โรคเสื่อม สมรรถภาพทางเพศ ในผู้ชาย หมายถึงการที่ไม่สามารถที่จะทำให้อวัยวะเพศแข็งตัว หรือคงสภาพการแข็งตัว ได้เป็นเวลานานพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ตามปกติได้ บางคนอาจจะหลั่งเร็ว บางคนอาจจะมีอาการปวดเวลาหลั่ง สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงที่อวัยวะเพศไม่พอ โสมปู่เซิน.

phyto sc plus เวลายิ้มทีไร ริ้วรอย รอยตีนกาบนใบหน้าทำให้เสียความมั่นใจทุกที

phyto sc plus เวลายิ้มทีไร ริ้วรอย รอยตีนกาบนใบหน้าทำให้เสียความมั่นใจทุกที

phyto sc plus เวลายิ้มทีไร ริ้วรอย รอยตีนกาบนใบหน้าทำให้เสียความมั่นใจทุกที ทาอายครีม ครีมบำรุงเช้าเย็นก็แล้ว ริ้วรอยก็ดูไม่จางลง ทำอย่างไรดี หากคุณสาวๆ มีปัญหาริ้วรอยบนใบหน้า ริ้วรอยรอบดวงตาทำให้ต้องหงุดหงิดใจ วันนี้สุขภาพดีมีเรื่องราวเกี่ยวกับ ริ้วรอย รอยตีนกา และวิธีลดริ้วรอย รอยตีนกามาแนะนำกันนะคะ ริ้วรอย รอยตีนกา เกิดขึ้นได้อย่างไร ริ้วรอยบนใบหน้าเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ดูแก่กว่าวัย ซึ่งมีหลายสาเหตุที่ทำให้แต่ละคนมีริ้วรอยบนใบหน้า และรอยตีนกามากน้อยแตกต่างกัน 1. คอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวหนังมีการผลิตน้อยลง ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น ตาข่ายผิว (skin texture) ที่เคยสานกันเป็นช่องสามเหลี่ยมอย่างเป็นระบบระเบียบไม่สมบูรณ์แข็งแรง จึงไม่สามารถเก็บกัก ความชุ่มชื้นไว้ได้ 2. อายุที่มากขึ้น ความเสื่อมสภาพของตาข่ายผิว เมื่ออายุมากขึ้น การผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินมีปริมาณน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้เกิดริ้วรอยต่างๆ ได้ง่าย หรือเมื่อเกิดแผล แกะสิวก็ใช้เวลานานในการฟื้นฟูซ่อมแซมให้เหมือนเดิม ดังนั้นผู้มีอายุมากขึ้น ต้องใส่ใจในการดูแลผิวพรรณให้มากขึ้นเมื่อเทียบกับวัยเด็ก วัยรุ่นที่ไม่ต้องใช้ครีมโน่นนี่ให้เยอะแยะวุ่นวาย โดยธรรมชาติของริ้วรอยในแต่ละช่วงอายุดังนี้ phyto sc plus.

phyto sc plus

phyto sc plus ปลายอายุ 20 ปี จะเห็นริ้วรอยบางๆ ที่ใต้ตา ริ้วรอยรอบๆ ตาที่เกิดจากการยิ้ม ไฟโตเอสซี พลัส
30-35 ปี จะเห็นริ้วรอยบางๆ รอบดวงตาลึกขึ้น รอยตีนกาที่หางตา ริ้วรอยบางๆ ระหว่างคิ้วและบนหน้าผาก (เกิดจากความเครียด และการขมวดคิ้ว)
35-40 ปี จะเห็นรอยเหี่ยวย่นรอบดวงตา หน้าผากและระหว่างคิ้วลึกอย่างเห็นได้ชัด รอยย่นรอบริมฝีปาก รอยเหี่ยวใต้ตา ร่องแก้มลึกจากการหย่อนคล้อยตามแรงโน้มถ่วงของโลก
40 ปีขึ้นไป จะเห็นรอยเหี่ยวย่นชัดเจนรอบดวงตา ริมฝีปาก หน้าผาก และระหว่างคิ้ว เส้นริ้วรอยเหี่ยวย่นบริเวณลำคอ
3. สภาพผิวแห้งจะมีปัญหาริ้วรอยที่เห็นเด่นชัดและมากกว่าคนผิวมัน เพราะผิวแห้งเกิดจากต่อมผลิตไขมันทำงานลดลง ผิวขาดน้ำมันหล่อเลี้ยง ทำให้เกิดริ้วรอยเล็กๆ หรือ Fine Line ได้อย่างชัดเจน ดังนั้นคนที่มีผิวแห้งจำเป็นต้องบำรุงด้วยมอยซ์เจอไรเซอร์มากกว่าคนผิวมัน phyto sc plus

4. แสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้เกิดริ้วรอย เพราะแสงแดดมีรังสี UV ที่สามารถทะลุผ่านชั้นผิวหนังไปทำลายชั้นของเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินทำให้ผิวหมองคล้ำ มีริ้วรอย รอยตีนกา และอาจเป็น มะเร็งผิวหนังได้ คนที่ต้องทำงานตากแดดจึงมีปัญหาผิวคล้ำ กระ ฝ้า และริ้วรอยมากกว่าคนทำงานในร่ม

5. พฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ทำให้เกิดริ้วรอย ได้แก่ การนอนตะแคงหรือคว่ำหน้าเอาใบหน้าทับกับหมอน เท้าคาง ขยี้ตาแรงๆ ขมวดคิ้ว เช็ดล้างหน้าแรงๆ หรือคนที่ทำงานกลางคืน หลับดึก ไม่เป็นเวลาก็มีโอกาสเกิดริ้วรอย รอยตีนกามากกว่าคนนอนหลับพักผ่อนในเวลาปกติ

6. การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม หรือมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น เช่น โฟมล้างหน้า โทนเนอร์เช็ดทำความสะอาดหน้า หรือครีมบำรุง

วิธีลดริ้วรอย ลดรอยตีนกาง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

1. การดื่มน้ำ โดยจิบน้ำตลอดทั้งวัน ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวอีกทั้งได้ประโยชน์อีกมากมายจากการดื่มน้ำ

2. การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากจะเป็นการพักดวงตาแล้ว ยังช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สังเกตว่าคนที่นอนหลับน้อย ตาจะโบ๋ บวม รอบดวงตาคล้ำ ริ้วรอยก็จะถามหาอีกด้วย

3. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดริ้วรอย ได้แก่ การนั่งเท้าคาง การขมวดคิ้ว หรือแสดงอารมณ์ทางสีหน้ามากเกินไป (หน้าบึ้ง ยิ้มแฉ่ง) การช็ดล้างหน้าแรงๆ การนอนตะแคง/นอนคว่ำหน้า หรือการขยี้ตาแรงๆ เป็นต้น

4. หลีกเลี่ยงและป้องกันผิวจากแสงแดด โดยการสวมแว่นกันแดดเวลาเจอแดดจ้าๆ และทาครีมกันแดดเป็นประจำในตอนเช้าให้เป็นนิสัย เพราะเรามีโอกาสสัมผัสกับแสงแดดได้ทุกเมื่อ ดังนั้นควรทากันไว้ก่อนจะดีและปลอดภัยที่สุดค่ะ

5. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของมอยซ์เจอไรเซอร์กับผิวโดยไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอร์ เพื่อเพิ่มและเก็บกักความชุ่มชื้นให้อยู่กับผิวเราให้มากที่สุด โดยเฉพาะครีมลดริ้วรอยรอบดวงตาควรเลือกยี่ห้อที่มีส่วนผสมช่วยเพิ่มเก็บกักความชุ่มชื้น มีส่วนผสมที่อ่อนโยน ไม่ระคายเคืองและเป็นอันตรายต่อดวงตา

6. การออกกำลังกายเป็นประจำ รวมถึงการบริหารใบหน้าในตอนเช้าสามารถช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับเต่งตึง ไม่หย่อนคล้อยไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก อีกทั้งได้สุขภาพที่ดีอีกด้วย

7. เลือกทานผลไม้ผักสีเขียว สีเหลืองที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แครอท กล้วย ส้ม มะเขือเทศ ผักตำลึง และผักบุ้งเป็นประจำ เพื่อช่วยเสริมวิตามินฟื้นฟูเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินจากภายในสู่ผิวพรรณสดใส อ่อนไวภายนอก

ดูๆ แล้วก็เป็นเรื่องที่ไม่ยากเลยใช่ไหมค่ะในการดูแลป้องกันริ้วรอย รอยตีนกา มาอยู่บนใบหน้าจนทำให้เราดูแก่กว่าวัย ลองนำไปปฎิบัติตามและสังเกตุดูนะคะ เชื่อว่าริ้วรอย รอยตีนกา จางหายไปได้จริงๆ

ริ้วรอยที่ปรากฏบริเวณรอบๆดวงตาเป็นที่น่ากลัวมากสำหรับคุณผู้หญิง เนื่องจากมันคือสัญญาณอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าคุณขาดการดูแลเอาใจใส่ต่อผิวบนใบหน้า และทำให้แลดูสูงอายุมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณผู้หญิงส่วนใหญ่ยอมให้เกิดขึ้นกับตัวเองไม่ได้ ดังนั้น เพื่อป้องกัน และ ลดริ้วรอย ไม่ให้เกิดรอบดวงตาก่อนวัยอันควร จึงได้ทำศึกษาแล้วสรุปข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับเรื่องริ้วรอย รวมไปถึงวิธี ลดริ้วรอยรอบดวงตาด้วยวิธีธรรมชาติ อย่างได้ผล มาฝากคุณผู้อ่านเอาไว้อย่างครบถ้วนภายในบทความชิ้นนี้กันครับ
สาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอยรอบดวงตา
1.ไม่ใช้ครีมกันแดด
ครีมกันแดดเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการป้องกันอันตรายจากถูกทำร้ายของดวงอาทิตย์ และ ลดริ้วรอย โดยแสงแดดแสนรุนแรงนั้นมีทั้งรังสียูวีเอ ยีวีบี ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคอลลาเจนชั้นผิว phyto sc plus เมื่อคอลลาเจนมีปัญหาทำให้ผิวบนใบหน้าเกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้อันตรายจากแสงแดดอาจทำให้เรากลายเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ในอนาคต ดังนั้น ควรใช้ครีมกันแดดทาเป็นประจำหากรู้ว่าจะต้องสัมผัสกับแสงแดด ดังนั้น การใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน จึงเป็นหนึ่งในวิธี ลดริ้วรอยรอบดวงตาด้วยวิธีธรรมชาติ ได้เป็นอย่างดีครับ

2.ไม่สวมแว่นกันแดด
แว่นกันแดดไม่เพียงแต่ปกป้องดวงตา แต่ยังเป็นเครื่องป้องกันชั้นดีจากรังสีที่เป็นอันตรายต่อผิวผิวหนังรอบๆดวงตา จะสังเกตได้ว่าคนที่ต้องออกแดดจัดมักจะต้องหยีตาอยู่เสมอ จึงทำให้เกิดเป็นริ้วรอยรอบดวงตาได้ง่าย ฉะนั้น หากสวมแว่นกันแดดจึงเปรียบเสมือนมีเกราะป้องกัน ลดริ้วรอย อันตรายที่เกิดขึ้นจากดวงอาทิตย์นั่นเอง

3.ติดนิสัยขยี้ตา
การมีนิสัยชอบขยี้ตาเกิดขึ้นกับคนจำนวนมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเวลาง่วง เหนื่อยล้า หรือจ้องหน้าจอนานๆ ซึ่งนอกจากจะทำให้เสียบุคลิกภาพแล้ว ยังทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดริ้วรอยรอบดวงตาได้ง่ายขึ้น เพราะผิวหนังบริเวณรอบดวงตามีความบอบบาง เมื่อใช้มือถูหรือขยี้ตาจะทำให้ผิวได้รับความเสียหายจนเกิดเป็นริ้วรอยก่อนวัย ถ้าหากอยาก ลดริ้วรอย ก็ควรที่จะลด ละ เลิก พฤติกรรม นี้ เสียตั้งแต่เนิ่นๆครับ

4.นอนหลับทับใบหน้า
สาเหตุที่หลายคนมักมองข้ามนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดริ้วรอยรอบๆดวงตา รวมถึงบริเวณอื่นบนใบหน้าได้ เนื่องจากการนอนหลับนั้นใช้เวลานาน หากนอนกดทับใบหน้าหลายๆชั้วโมง จะทำให้ริ้วรอยปรากฎชัดขึ้นได้ง่ายๆ ดังนั้น ควรนอนหงายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอย พยายามอย่านอนคว้ำหรือนอนตะแคงข้างจนมีการกดทับผิวบริเวณใบหน้า
อย่างไรก็ตาม การเกิดริ้วรอยรอบดวงตายังมีสาเหตุอื่นๆอีกด้วย อย่างเช่นการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่เป็นประจำ นอกจากนี้ยังสามารถเกิดจากปัจจัยภายใน ได้แก่ ความเครียด ความวิตกกังวล การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน ความผิดปกติของการผลิตคอลลาเจน เป็นต้น ดังนั้น ลดริ้วรอยรอบดวงตาด้วยวิธีธรรมชาติ จึงจำเป็นที่จะต้องจัดการขจัดปัจจัยปัญหาเหล่านี้ ควบคู่ไปกับการบำรุงผิวพรรณอย่างเหมาะสมด้วยอีกทางหนึ่งครับ phyto sc plus.

all clear vitamin แก้รอยสิว สูตรสับปะรด+น้ำผึ้ง เป็นสูตรของผู้ที่มีผิวหน้ามัน

all clear vitamin แก้รอยสิว สูตรสับปะรด+น้ำผึ้ง เป็นสูตรของผู้ที่มีผิวหน้ามัน

all clear vitamin แก้รอยสิว สูตรสับปะรด+น้ำผึ้ง เป็นสูตรของผู้ที่มีผิวหน้ามันแบบสุด ๆ เพราะสูตรนี้นอกจากจะช่วยขจัดปัญหารอยแผลและจุดด่างดำแล้ว มันยังช่วยกำจัดความมันส่วนเกินบนใบหน้าได้อีกด้วย (ไม่เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย) วิธีการก็คือให้คั้นเอาน้ำสับปะรดมาผสมกับน้ำผึ้ง แล้วทาบาง ๆ ให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที (ระยะเวลาจะสั้นหรือนานก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิว) แล้วล้างออก สามารถทำได้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ถ้าใช้สูตรนี้แล้วอย่าลืมทากันแดดก่อนออกจากบ้านด้วยล่ะ เพราะผิวจะค่อนข้างไวต่อแสงแดด สูตรมะเขือเทศ+ข้าวโอ๊ต+โยเกิร์ตรสธรรมชาติ เป็นสูตรที่ใช้ได้กับทุกสภาพผิว วิธีการก็คือให้นำมะเขือเทศมาคั้นแยกกาก คัดเอาแต่น้ำมาผสมกับข้าวโอ๊ต 1 ช้อนโต๊ะ และโยเกิร์ตรสธรรมชาติอีก 1 ช้อนชา จากนั้นก็คนให้เข้ากัน แล้วนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที วิตามินจากมะเขือเทศจะเข้าไปช่วยผลัดเซลล์ผิวให้รอยด่างดำบนใบหน้าดูจางลง โดยสูตรนี้แนะนำว่าให้ทำอาทิตย์ละครั้งก็พอครับ สูตรมะนาว+น้ำผึ้ง อย่างที่ทราบสรรพคุณของมะนาวและน้ำผึ้งไปแล้วว่าสามารถช่วยลดจุดด่างดำได้ วิธีการทำก็ง่าย ๆ เพียงแค่คุณนำน้ำผึ้งมาผสมกับน้ำมะนาว แล้วนำมาทาลงบนใบหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที โดยสามารถทำได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง แต่ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ผิวบอบบาง all clear vitamin.

all clear vitamin

all clear vitamin ลดรอยดำจากสิว
สูตรแตงกวา+มะนาว+น้ำผึ้ง วิธีการทำก็คือให้คุณคั้นเอาน้ำแตงกวา 1 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวอย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันแล้วนำมาทาบนหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที สามารถทำได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง โดยมะนาวและแตงกวาจะมีสรรพคุณช่วยลดจุดด่างดำให้จางลง ส่วนน้ำผึ้งมีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื้นและทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม ออลเคลียร์วิตามิน
สูตรหอมแดง สมุนไพรรักษาจุดด่างดำ ช่วยลดผิวที่ดำคล้ำ รวมไปถึงฝ้าและกระ วิธีการทำก็ง่าย ๆ เพียงแค่นำหอมแดงมาฝานออกเป็นแว่น ๆ แล้วนำมาถูบริเวณที่เป็นรอยดำ หรือจะนำมาทุบแล้วบีบเอาน้ำมาทาผิวที่เป็นรอยดำก็ได้เช่นกัน โดยให้ทาทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที สามารถทำได้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง (ถ้าหัวหอมไม่มีจะใช้กระเทียมแทนก็ได้นะครับ ได้ผลดีเหมือนกัน)
วิธีลดจุดด่างดํา all clear vitamin
สูตรว่านหางจระเข้ สมุนไพรลดรอยดําจากสิว อีกหนึ่งตัวช่วยที่สามารถช่วยลดรอยแผลเป็นและรอยดำต่าง ๆ ได้ดี วิธีใช้ก็ให้นำว่านหางจระเข้มาทาบริเวณใบหน้าวันละ 2 ครั้ง ทิ้งไว้ประมาณ 45 นาที รอยด่างดำก็จะค่อย ๆ จางลงในเวลา 1-2 เดือน แถมยังช่วยลดความมันบนใบหน้าได้อีกด้วย
วิธีรักษาจุดด่างดํา
สูตรมะละกอสุก มะละกอเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารปาเปน ซึ่งเป็นเอนไซม์โปรตีนที่ช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วให้หลุดออกได้ และยังช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่ดูสดใสกว่าขึ้นมาแทน อีกทั้งมะละกอยังอุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินอี ที่เป็นตัวช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและช่วยทำให้ผิวเนียนนุ่ม วิธีการก็ไม่ยาก เพียงแค่คุณนำเนื้อมะละกอสุกมาปั่นให้ละเอียดแล้วนำมาพอกหน้า (เว้นรอบดวงตา) ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น เพียงเท่านี้คุณก็จะรู้สึกได้ถึงผิวหน้าที่เต่งตึงและดูสดชื่นขึ้นแบบทันตา ส่วนสูตรอื่น ๆ ก็ใช้ได้ผลเช่นกันครับ เช่น น้ำมันละหุ่ง มันฝรั่ง หัวหอมใหญ่ ถั่วลูกไก่ น้ำส้มสด+น้ำส้มสายชูจากแอปเปิ้ล ฯลฯ
รักษารอยดำจากสิว
ทั้งหมดนี้ก็คือสูตรลับเพื่อหน้าสวยใส ใครชอบแบบไหนก็เลือกใช้ได้ตามสบายเลยครับ และนอกจากสูตรที่กล่าวไปแล้ว การหันมาดูแลตัวเองให้ดีก็เป็นสิ่งสำคัญครับ all clear vitamin คุณควรหันมารับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างเช่นผักหรือผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน รวมไปถึงอาหารเสริมอย่างวิตามินซีและวิตามินอี และที่สำคัญอย่างมากก็คือคุณควรหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มาก ๆ ในระหว่างการรักษา หากจำเป็นต้องออกนอกบ้านก็ต้องทาครีมกันแดดทุกครั้ง ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนที่ต้องการจะทำให้รอยแผลและรอยด่างดำจางหายไปอย่างรวดเร็ว

สำหรับใครที่มีความกังวลความมันส่วนเกินบนใบหน้า แต่ไม่รู้จะหาทางออกยังไง ลองมาหลายวิธีแล้วแต่หน้าก็ยังมันเหมือนเดิม ยิ่งสภาพอากาศในบ้านเราที่ร้อนอบอ้าวขนาดนี้ ยิ่งง่ายมากที่จะทำให้ผิวหน้าของเรามันได้ตลอดเวลา ยิ่งแก้ก็เหมือนจะยิ่งเป็นหนักขึ้น ทำให้เสียความมั่นใจกันไม่ใช่น้อยเลย

เนื่องจากใบหน้าที่มีความมัน จึงทำให้ความสกปรกต่าง ๆ ไปรวมอยู่บนใบหน้า ไม่ว่าจะเป็นฝุ่นหรือมลภาวะต่าง ๆ ที่เราทำกิจกรรมอยู่ในทุก ๆ วัน จึงเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาตามมามากมาย เช่น ทำให้หน้าดูโทรม หมองคล้ำง่ายมาก ขาดความมั่นใจ ผิวหน้าเปรียบเสมือนหลุมดำที่ทำหน้าที่ดูดจับฝุ่นละออง จนเกิดสารพัดสิวและสิ่งอุดตันบนใบหน้าตามมา ทำให้รูขุมขนกว้าง ผิวหน้าไม่เรียบเนียน บีบสิวไปเรื่อย ๆ ก็เกิดรอยดำจากสิว แต่งหน้าแป๊บเดียวเครื่องสำอางละลาย เติมแป้งหน้าก็เป็นคราบ ฯลฯ โอ๊ยยย… โคตรกลุ้มจริง ๆ ! ดังนั้น ถ้าคุณรู้ตัวว่าเป็นคนหน้ามัน ก็ต้องรู้จักวิธีการดูแลตัวเองให้เหมาะสมกับสภาพผิวของตนด้วย ไปดูสาเหตุและวิธีแก้กัน

สาเหตุของผิวมัน
ผิวหน้ามันมีสาเหตุมาจากการที่ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากเกินปกติ โดยต่อมไขมันบนใบหน้าจะมีมากในช่วง T-Zone โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณจมูกจะมีขนาดใหญ่และทำงานได้ดีกว่าต่อมไขมันบริเวณอื่น นี่จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมบริเวณจมูกมักจะมีความมันมากกว่าปกติ

โดยสาเหตุหลัก ๆ แล้ว ผิวมันจะมาจากกรรมพันธุ์เป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น อารมณ์ ความเครียด อากาศเปลี่ยนแปลง ความร้อน ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง การสัมผัส การใช้สกินแคร์ที่มากเกินความจำเป็นหรือใช้ไม่เหมาะกับสภาพผิว รวมไปถึงการใช้ยาบางชนิดก็มีส่วนทำให้ผิวของเรามันมากขึ้นเช่นกัน all clear vitamin.

ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนที่มีแสงแดดแรงกล้าอยู่ตลอกทั้งปี

ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนที่มีแสงแดดแรงกล้าอยู่ตลอกทั้งปี

ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนที่มีแสงแดดแรงกล้าอยู่ตลอกทั้งปี ทำให้ไม่น่าแปลกใจนักที่จะทำให้หนุ่มๆ สาวๆ ในบ้านเรา ประสบกับปัญหาผิวหมองคล้ำเสีย จนยากนักที่จะมีผิวที่ขาว อดชมพู แลดูมีสุขภาพที่ดีได้เหมือนกับคนทีอาศัยอยู่ในเมืองหนาว ดังนั้น ถ้าหากอยากมีผิวที่ขาวสดใสจริงๆ การเลือกครีมกันแดด มาช่วยในการป้องกันผิวเอาไว้ก่อนที่จะถูกแดดเผาเสียตั้งแต่เนิ่นๆ ดูเหมือนจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ซึ่งในวันนี้ “แว่นคุง” ผู้เขียน ก็อยากจะขอทำหน้าที่เป็นไกด์ เพื่อช่วยแนะนำว่า ครีมกันแดดทาหน้ายี่ห้อไหนดี เหมาะสมกับตัวคุณมากที่สุดมาฝากกันครับ วิธีการเลือก ครีมกันแดดทาหน้ายี่ห้อไหนดี ที่สุด 1.เลือกจากค่า SPF
ในความเป็นจริงแล้วค่า SPF จำนวนสูงๆ มีคณสมบัติในการช่วยปกป้องผิวได้มากกว่ากันเพียงเล็กน้อยไม่กี่เปอร์เซ็นเท่านั้น แต่ความแตกต่างจริงๆคือ ยิ่งค่า SPF สูงมากเท่าไหร่ ระยะเวลาในการช่วยปกป้องผิวจากรังสีของแสงแดดในการทาแต่ละครั้ง ก็จะยิ่งมีระยะเวลาที่ยาวนานมากขึ้นเท่านั้น แต่อย่างน้อยที่สุด เพื่อประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดด ควรเลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF มากกว่า 30 ขึ้น ถ้าหากต้องการที่จะออกไปกลางแจ้งในช่วงกลางวัน ที่มีแสงแดดดแรงจัด ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ.

ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ

ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ 2.เลือกโดยอิงจากสภาพผิวของคุณ
ครีมกันแดดทาหน้ายี่ห้อไหนดี ดีจะต้องมีความเหมาะสมกับสภาพผิวของคุณสาวๆด้วย ดยเมื่อทำการทาไปแล้วจะไม่เกิดคราบขาว ซึ่งคุณสาวๆสามรถเลือกใช้ครีมกันแดดได้ตามความเหมาะสมกับสภาพผิวของตัวเอง เช่น คนที่มีผิวแห้งก็ควรใช้เนื้อครีม ในขณะที่คนที่มีผิวมันก็ควรใช้ครีมกันแดดแบบเนื้อเจล หรือโลชั่น เพื่อไม่เป็นการเพิ่มภาระความมันให้กับผิวหน้ามากขึ้นไปอีก เป็นต้น

3.ปกป้องผิวได้อย่างครอบคลุม
ครีมกันแดดทาหน้ายี่ห้อไหนดี ที่สุด จะมีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวได้จากทั้งรังสี UVA และ UVB ซึ่งสามารถตรวจสอบได้ว่า ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดดที่คุณสาวๆกำลังให้ความสนใจอยู่สามารถปกป้องผิวจากรังสีทั้งสองชนิดได้หรือไม่ จากบริเวณฉลากของผลิตภัณฑ์ ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ

เคล็ดลับเพิ่มเติม ในการเลือก ครีมกันแดดที่ดีที่สุด
มีงานวิจัยมากมายที่ให้ผลสนับสนุนที่สอดคล้องกันว่า การพึ่งพาเพียงครีมกันแดดทาหน้าเพียงอย่างเดียว ถึงแม้ว่าจะเป็น ครีมกันแดดที่มีราคาแพงมากที่สุดก็ตาม ผิวก็ยังคงมีแนวโนเมที่จะถูกทำลายจากแสงแดดอย่างมาก มากกว่าคนที่อยู่ในที่ร่มในช่วงเวลากลางวัน หรือสวมเสื้อแยนยาว ในช่วงเวลา 10.00 -14.00 น.

นอกจากนี้ ครีมกันแดดทาหน้ายี่ห้อไหนดี ควรใช้ทาผิวพรรณก่อนที่จะออกไปในที่แจ้ง เป็นเวลาอย่างน้อย 15-30 นาที เป็นปริมาณคร่าวๆ ประมาณ 1 ช้อนชา เพื่อให้สามาถช่วยครอบคลุมป้องกันผิวหน้าของคุณได้อย่างทั่วถึง และควรทำการทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ สองชั่วโมง เพื่อคงประสิทธิภาพของสารป้องกันแสงแดดที่ดีเอาไว้ให้มากที่สุด โดยเฉพาะหลังจากที่มีเหงื่ออก หรือทำการว่างน้ำ เพียงเท่านี้ ผิวของคุณผู้อ่านก็จะได้รับการปกป้องจากแสงแดดได้อย่างเหมาะสมมากยิ่งขึ้นแล้วครับ

สวัสดีครับ คุณผู้อ่านทุกท่าน กลับมาพบกับผม “แว่นคุง” กันอีกแล้วนะครับ กับเรื่องราวดีๆ ที่เกี่ยวข้องกับความงามโดยเฉพาะ ซึ่งในวันนี้ ผมจะขออาสาพาทุกท่านไปไขหนึ่งในปริศนา ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ ที่ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยกันอย่างมากกันมาก่อน นั่นคือ การเลือกซื้อครีมกันแดดสักชิ้นนั้น ราคาครีมกันแดด ถูก หรือแพง มีส่วนเกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของครีมกันแดดจริงหรือไม่ ถ้าหากใครกำลังสังสัยเรื่องนี้อยู่ล่ะก็ บทความชิ้นนี้ พร้อมมีคำตอบให้ครับ

ราคาครีมกันแดด เกี่ยวันกับประสิทธิภาพหรือไม่?
ในปัจจุบัน ครีมกันแดดมากมาย ถูกนำออกมาวางจำหน่ายให้คุณได้เลือกสรรตามสูตรต่างๆ ทำให้ ราคาครีมกันแดด แตกต่างกันออกไป แต่อย่างไรก็ตาม จากทดสอบของบรรดาหล่านักวิจัยในต่างประเทศ ทำให้เกิดข้อสรุปที่น่าตลกอย่างมาก เพราะหนึ่งในครีมกันแดดที่ถูกจัดอันดับไว้สูสุด และมีคนแนะนำให้ซื้อกันเป็นจำนวนมากนั้น กลับมีประสิทธิภาพน้อยที่สุดอย่างน่าตกใจ ดังนั้น ราคาครีมกันแดด จึงไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างที่สำคัญในการเลือกครีมกันแดด ครีมกันแดด โบทาย่า เฮิร์บ.

แป้งดินน้ำมัน ริ้วรอยที่ปรากฏบริเวณรอบๆดวงตาเป็นที่น่ากลัวมากสำหรับคุณผู้หญิง

แป้งดินน้ำมัน ริ้วรอยที่ปรากฏบริเวณรอบๆดวงตาเป็นที่น่ากลัวมากสำหรับคุณผู้หญิง

แป้งดินน้ำมัน ริ้วรอยที่ปรากฏบริเวณรอบๆดวงตาเป็นที่น่ากลัวมากสำหรับคุณผู้หญิง เนื่องจากมันคือสัญญาณอย่างหนึ่งที่บ่งบอกว่าคุณขาดการดูแลเอาใจใส่ต่อผิวบนใบหน้า และทำให้แลดูสูงอายุมากขึ้นกว่าเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณผู้หญิงส่วนใหญ่ยอมให้เกิดขึ้นกับตัวเองไม่ได้ ดังนั้น เพื่อป้องกัน และ ลดริ้วรอย ไม่ให้เกิดรอบดวงตาก่อนวัยอันควร จึงได้ทำศึกษาแล้วสรุปข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับเรื่องริ้วรอย รวมไปถึงวิธี ลดริ้วรอยรอบดวงตาด้วยวิธีธรรมชาติ อย่างได้ผล มาฝากคุณผู้อ่านเอาไว้อย่างครบถ้วนภายในบทความชิ้นนี้กันครับ สาเหตุหลักของการเกิดริ้วรอยรอบดวงตา 1.ไม่ใช้ครีมกันแดด ครีมกันแดดเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการป้องกันอันตรายจากถูกทำร้ายของดวงอาทิตย์ และ ลดริ้วรอย โดยแสงแดดแสนรุนแรงนั้นมีทั้งรังสียูวีเอ ยีวีบี ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อคอลลาเจนชั้นผิว เมื่อคอลลาเจนมีปัญหาทำให้ผิวบนใบหน้าเกิดริ้วรอยได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้อันตรายจากแสงแดดอาจทำให้เรากลายเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้ในอนาคต ดังนั้น ควรใช้ครีมกันแดดทาเป็นประจำหากรู้ว่าจะต้องสัมผัสกับแสงแดด ดังนั้น การใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน จึงเป็นหนึ่งในวิธี ลดริ้วรอยรอบดวงตาด้วยวิธีธรรมชาติ ได้เป็นอย่างดีครับ แป้งดินน้ำมัน.

แป้งดินน้ำมัน

แป้งดินน้ำมัน 2.ไม่สวมแว่นกันแดด แป้งดินน้ำมัน ver 88
แว่นกันแดดไม่เพียงแต่ปกป้องดวงตา แต่ยังเป็นเครื่องป้องกันชั้นดีจากรังสีที่เป็นอันตรายต่อผิวผิวหนังรอบๆดวงตา จะสังเกตได้ว่าคนที่ต้องออกแดดจัดมักจะต้องหยีตาอยู่เสมอ จึงทำให้เกิดเป็นริ้วรอยรอบดวงตาได้ง่าย ฉะนั้น หากสวมแว่นกันแดดจึงเปรียบเสมือนมีเกราะป้องกัน ลดริ้วรอย อันตรายที่เกิดขึ้นจากดวงอาทิตย์นั่นเอง แป้งดินน้ำมัน

3.ติดนิสัยขยี้ตา
การมีนิสัยชอบขยี้ตาเกิดขึ้นกับคนจำนวนมากในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเวลาง่วง เหนื่อยล้า หรือจ้องหน้าจอนานๆ ซึ่งนอกจากจะทำให้เสียบุคลิกภาพแล้ว ยังทำให้มีแนวโน้มที่จะเกิดริ้วรอยรอบดวงตาได้ง่ายขึ้น เพราะผิวหนังบริเวณรอบดวงตามีความบอบบาง เมื่อใช้มือถูหรือขยี้ตาจะทำให้ผิวได้รับความเสียหายจนเกิดเป็นริ้วรอยก่อนวัย ถ้าหากอยาก ลดริ้วรอย ก็ควรที่จะลด ละ เลิก พฤติกรรม นี้ เสียตั้งแต่เนิ่นๆครับ

4.นอนหลับทับใบหน้า
สาเหตุที่หลายคนมักมองข้ามนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดริ้วรอยรอบๆดวงตา รวมถึงบริเวณอื่นบนใบหน้าได้ เนื่องจากการนอนหลับนั้นใช้เวลานาน หากนอนกดทับใบหน้าหลายๆชั้วโมง จะทำให้ริ้วรอยปรากฎชัดขึ้นได้ง่ายๆ ดังนั้น ควรนอนหงายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดริ้วรอย พยายามอย่านอนคว้ำหรือนอนตะแคงข้างจนมีการกดทับผิวบริเวณใบหน้า
อย่างไรก็ตาม การเกิดริ้วรอยรอบดวงตายังมีสาเหตุอื่นๆอีกด้วย อย่างเช่นการดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่เป็นประจำ นอกจากนี้ยังสามารถเกิดจากปัจจัยภายใน ได้แก่ ความเครียด ความวิตกกังวล การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน ความผิดปกติของการผลิตคอลลาเจน เป็นต้น ดังนั้น ลดริ้วรอยรอบดวงตาด้วยวิธีธรรมชาติ จึงจำเป็นที่จะต้องจัดการขจัดปัจจัยปัญหาเหล่านี้ ควบคู่ไปกับการบำรุงผิวพรรณอย่างเหมาะสมด้วยอีกทางหนึ่งครับ

ท่าโยคะหน้าเด้ง ลดริ้วรอยรอบดวงตา
หลายคนอาจคิดว่าการรักษาริ้วรอยรอบดวงตาจะเป็นต้องพึ่งอายครีมอย่างเดียว จริงๆแล้วยังมีวิธีแก้ปัญหา ลดริ้วรอย อีกมากมาย ก่อนจากกันวันนี้เราขอเสนอ “โยคะหน้าเด้ง” โดยหากทำอย่างสม่ำเสมอเพียง 20 นาที 6 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยยกกระชับผิวรอบดวงตาให้เต่งตึง และลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างที่คุณผู้หญิงทุกคนต้องการ โดยท่าโยคะนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยกระตุ้นคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นกลางของผิว ทำให้มีเรียบเนียน ลดริ้วรอยรอบดวงตาด้วยวิธีธรรมชาติ ขั้นตอนมีดังนี้

ขั้นที่ 1: ให้กดนิ้วกลางทั้งสองเข้าด้วยกันที่มุมด้านในของคิ้ว ส่วนนิ้วชี้กดบนมุมด้านนอกของคิ้ว
ขั้นที่ 2: มองไปที่เพดานและยกเปลือกตาล่างขึ้นไป แล้วค่อยๆผ่อนคลายลง
ขั้นที่ 3: ทำซ้ำอีกหกครั้ง และเสร็จสิ้นด้วยการหลับตาแน่นๆเป็นเวลา 10 วินาที

5 วิธี วิธีลดริ้วรอย อย่างง่ายๆ แต่ได้ผลลัพธ์สุดยอดเยี่ยมด้วยตัวคุณเอง
สำหรับ วิธีลดริ้วรอย บนใบหน้าอย่างง่ายๆนั้น แป้งดินน้ำมัน สามารถทำได้อย่างง่ายๆ ขอเพียงแค่คุณปฎิบัติตัว ตามข้อแนะนำ ดังต่อไปนี้ เป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ

1.หลีกเลี่ยงแสงอาทิตย์ เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่มักก่อให้เกิดปัญหาด้านริ้วรอยขึนบนผิวพรรณของคุณ การศึกษาวิจัยหลายสิบชิ้น ค้นพบว่าแสงอาทิตย์สร้างผลกระทบอย่างมากต่อผิวหนัง หนึ่งในการศึกษาที่สำคัญ โดยการให้ฝาแฝดคู่หนึ่ง ได้รับแสงแดด และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแสงแดดเป็นประจำทุกวัน หลังการทดสอบได้ผลลัพธ์อย่างชัดเจนว่า ฝาแฝดคนที่ได้รับแสงแดดเป็นประจำทุกวัน มีริ้วรอยโดยรวมเกิดขึ้นบนผิว มากกว่าคนที่สัมผัสกับแสงแดดน้อยกว่า

2.อย่าลืมทากันแดดทุกครั้งก่อนออกไปนอกบ้านในเวลากลางวัน สถาบันโรคผิวหนัง ประเทศสหรัฐอมเริกา ยืนยันว่า ครีมกันแดดสามารถช่วยปกป้องผิวของคุณจากแสงแดดได้เป็นอย่างดี และยังช่วยป้องกันผิวหนังจากริ้วรอย รวมทั้งโรคมะเร็งไปพร้อมกัน

3.ห้ามสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด งานวิจัยส่วนใหญ่ ช่วยยืนยันเป็นเสียงเดียวกัน ว่าควันบุหรี่ทำร้ายสุขภาพผิวของคนทุกเพศทุกวัย เพราะควันบุหรี่จะปล่อยเอนไซม์ที่หยุดกระบวนการผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยทำให้ผิวมีสุขภาพดี การวิจัยของโรงพยาบาลเซนต์โทมัส กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ คนที่สูบบุหรี่ มีแนวโน้มที่จะทำให้ผิวหนังมีรอยเกี่ยวย่น และริ้วรอยมากขึ้นได้ถึง 40%

4.นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ แพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่ เห็นพ้องตรงกันว่า การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอเป็น วิธีลดริ้วรอย อย่างได้ผล เพราะการนอนหลับไม่เพียงพอจะทำให้ร่างกายเกิดการผลิตคอร์ติซอลส่วนเกินซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาริ้วรอยขึ้นบนผิว

5.ทานปลาให้มากขึ้น โดยเฉพาะปลาแซลมอน เป็นหนึ่งใน วิธีลดริ้วรอย ที่น่าสนใจ นอกจากนี้เนื้อปลายังเป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี และอุดมไปดเวยกรดโอเมก้า – 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการช่วยบำรุงผิวให้เต่งตึง อ่อนเยาว์ และยังช่วยในการลดเลือนริ้วรอยให้น้อยลงอีกด้วย แป้งดินน้ำมัน.

แอลทูร่า ผลไม้บางชนิดนั้น นอกจากความอร่อยแล้ว ยังมีสรรพคุณและคุณประโยชน์ดีๆ

แอลทูร่า ผลไม้บางชนิดนั้น นอกจากความอร่อยแล้ว ยังมีสรรพคุณและคุณประโยชน์ดีๆ

แอลทูร่า ผลไม้บางชนิดนั้น นอกจากความอร่อยแล้ว ยังมีสรรพคุณและคุณประโยชน์ดีๆ แฝงอยู่มากมาย ซึ่งล้วนแล้วแต่ดีกับร่างกายและสุขภาพของเรามาก แม้อาหารจะมีทั้งคุณและโทษ การรับประทานอาหารไม่สมดุลกับความต้องการของร่างกาย รับประทานไม่ถูกวิธี หรืออาหารที่รับประทานปนเปื้อนสารพิษ อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย แพ้อาหาร ซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้น สารพิษสะสมยังเป็นตัวการให้เกิดโรคร้าย เช่น โรคมะเร็ง ทางที่ดีควรหันมาใส่ใจดูแลอาหารการกินในชีวิตประจำวันตั้งแต่วันนี้กันดีกว่า การกินผลไม้ที่มีคุณสมบัติช่วยล้างพิษก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการดูแลรักษาสุขภาพ
ไปดูกันเลยว่า 5 ผลไม้นั้นมีอะไรกันบ้าง ที่ช่วยขับล้างพิษของเสียในร่างกายและยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารของคุณดีขึ้นอีกด้วย แถมเป็นผลไม้หาง่ายราคาไม่แพง 1.แอปเปิ้ล ผลไม้ที่ดีที่สุดสำหรับการขจัดของเสียออกจากร่างกาย สารเพคตินในแอปเปิ้ลจะช่วยกำจัดสารพิษและป้องกันไม่ให้โปรตีนในลำไส้บูดเน่า นอกจากนี้แอปเปิ้ลยังมีไฟเบอร์สูง ซึ่งเปรียบเหมือนไม้กวาดช่วยทำความสะอาดลำไส้ ทำให้ตับและระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น แอลทูร่า.

แอลทูร่า
แอลทูร่า 2.สับปะรด มีเอนไซม์ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของกรดไฮโดรคลอริกในกระเพาะอาหาร ทำให้ของเสียเป็นโปรตีนแตกตัวเร็วขึ้น สับปะรดช่วยรักษาอาการอักเสบในทางเดินอาหาร และช่วยในการทำงานของต่อมไร้ท่อ l-tura
3.องุ่น ผลไม้ลูกเล็กๆ ที่ทำหน้าที่เป็นสารฟอกล้างให้ผิวหนัง ตับ ไต และลำไส้ นอกจากนี้องุ่นยังอุดมไปด้วยเกลือแร่และพลังงานจึงช่วยบำรุงเลือด ช่วยซ่อมแซมและสร้างเซลล์ในร่างกาย
4.แตงโม มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ เท่ากับช่วยฟอกล้างร่างกาย อีกทั้งช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ลดความดันโลหิต เปลือกของแตงโมอุดมไปด้วยคลอโรฟิลล์ และที่เมล็ดยังมีวิตามินมากมาย น้ำคั้นจากเปลือกและเมล็ดแตงโมจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แอลทูร่า
5.มะละกอ เอนไซม์ปาเปนในกล้ามเนื้อมะละกอมีลักษณะคล้ายกับน้ำย่อยเปปซินกระเพาะอาหาร ดังนั้นมะละกอจึงช่วยให้โปรตีนแตกตัวได้เร็วขึ้นเช่นเดียวกับสับปะรด อีกทั้งยังช่วยทำความสะอาดลำไส้และช่วยย่อยอาหาร การรับประทานมะละกอเป็นประจำยังช่วยลดอาการซึมเศร้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
รู้ถึงคุณประโยชน์เช่นนี้ก็หามารับประทานกันเยอะๆ ถูก ดี และมีประโยชน์

ทำไมต้องล้าง (พิษ) ตับ

– ตับของเรามีอายุเท่ากับเรา เราอายุ 50 ปี ตับของเราก็อายุ 50 ปี เราอายุ 60 ปี ตับของเราก็อายุ 60 ปี เช่นเดียวกัน

– ตับเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดของร่างกาย มีน้ำหนักประมาณ 2% เช่น เราหนัก 60 ก.ก. ตับของเราจะหนักประมาณ 1,200 กรัม

– ตับมีหน้าที่สำคัญมากกว่า 500 อย่าง ที่เรารู้กันเป็นอย่างดีก็คือหน้าที่กำจัดสารพิษต่างๆ อาหารทุกคำ ยาทุกเม็ด ที่เรากินล้วนมีสิ่งที่ตับต้องกำจัดทั้งสิ้น

– ตับเป็นต่อมมีท่อใหญ่ที่สุด สิ่งที่ตับสร้างคือ น้ำดี (bile) เซลล์ตับปกติทุกเซลล์จะสร้างน้ำดี (bile) น้ำดีที่สร้างจะไหลไปตามท่อเล็กๆ ซึ่งมองด้วย กล้อง จุลทรรศน์ ธรรมดาไม่เห็น เรียกว่า “bile canaliculi” แล้วรวมกันถึงท่อน้ำดีที่ ใหญ่ขึ้นในตับ เรียก “bile duct” ตับมี 2 กลีบ (lobes) ท่อน้ำดีจากทั้ง 2 กลีบ จะ รวมตัวกันเป็น “hepatic duct” จะไปเชื่อมต่อกับท่อน้ำดีที่ไหลไปยังถุงน้ำดี (gallbladder)

– ตับปกติของผู้ใหญ่จะสร้างน้ำดีวันละหลายลิตร ส่วนใหญ่จะไหลเข้าสู่ลำไส้เล็ก ส่วนที่ 2 ของลำไส้เล็กช่วงแรก (second part of duodenum) มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะไปเก็บไว้ที่ถุงน้ำดี (ไม่เกิน 100 cc)

– เมื่อตับกำจัดพิษจากสิ่งที่เรากินเข้าไป กากหรือขยะของสารพิษจะถูกขับออกจากตับได้ 2 วิธี

1.ถ้าเป็นสารละลายน้ำได้จะถูกกำจัดออกทางไต

2.ถ้าเป็นสารที่ไม่ละลายในน้ำ ตับจะอาศัยน้ำดีนำไปทิ้งที่ลำไส้เล็กกลายเป็น อุจจาระต่อไป และขยะที่กำจัดไม่ได้จะสะสมอยู่ในตับ

– ตับทำงานตลอดเวลา และเป็นอวัยวะหนึ่งซึ่งไม่เคยพักเลย (เช่นเดียวกับ หัวใจ และปอด)

– ตับเป็นทั้งโรงงานผลิต โรงกำจัดพิษ และโกดังสะสมทั้งสิ่งที่เป็น และไม่เป็นประโยชน์ ต่อร่างกาย เช่น ไขมัน

– เครื่องยนต์ของรถ เรือ หรือพาหนะใดๆ ต้องการการทำความสะอาดทั้งสิ้น ตับก็ต้องการเช่นกัน

-ตับที่สะอาดจะทำงานได้ดีขึ้นกว่าตับที่สะสมกากขยะไว้ทั้งในตับเอง และในถุงน้ำดี

นักธรรมชาติบำบัดบางท่านแนะนำให้ทำการล้างลำไส้เป็นครั้งคราว เพื่อขจัดสารพิษในระบบย่อยอาหารของคุณ
วิธีการ
1
ล้างพิษด้วยอาหาร

หลีกเลี่ยงอาหารบางชนิด. วิธีที่ดีที่สุดในการเริ่มล้างพิษในลำไส้คืองดรับประทานอาหารที่เป็นต้นเหตุของปัญหา เลี่ยงอาหารที่เป็นภาระต่อตับและลำไส้ อย่างเช่น กาแฟ น้ำตาลทรายขาว แป้งสาลี ผลิตภัณฑ์นม และแอลกอฮอล์
งดขนมหวานปรุงแต่งต่างๆ ที่เต็มไปด้วยน้ำตาลและแป้ง และหลีกเลี่ยงการกินชีสหรือไอศกรีมในปริมาณที่มากเกินไป [1][2]

กินอาหารที่ช่วยในการขจัดสารพิษ. อาหารบางชนิดจะช่วยให้คุณขจัดสารพิษจากร่างกายได้ อย่างผักในตระกูลกะหล่ำ เช่น บร็อคโคลี กะหล่ำดอก กะหล่ำดาว และกะหล่ำปลี ผักเหล่านี้มีสารอาหารมากมาย และสารประกอบเชิงซ้อนที่เรียกว่าซัลโฟราเฟน ซึ่งมีความสำคัญมากในการช่วยร่างกายกำจัดสารพิษ [3][4]
อย่าลืมกินอาหารที่มีไฟเบอร์เยอะๆ เพราะกากใยจากอาหารจะช่วยขัดล้างผนังลำไส้และทำให้อาหารผ่านลำไส้ได้อย่างรวดเร็ว อาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผักใบเขียว แอปเปิล เบอร์รี่ต่างๆ และข้าวกล้อง [5][6][7]
การบริโภคไฟเบอร์ปริมาณมากจะทำให้สุขภาพลำไส้ดีขึ้น เพราะมันจะไปช่วยผลักดันเศษอาหารในลำไส้ให้ผ่านออกไปได้

งดอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้หรือภูมิแพ้แฝง. ถ้าคุณไม่เคยไปตรวจภูมิแพ้อาหารแฝง คุณอาจจะต้องไปพบแพทย์หรือนักธรรมชาติบำบัดเพื่อทำการตรวจ การกินอาหารที่ร่างกายคุณแพ้จะทำให้ลำไส้ทำงานได้ช้าลงและเพิ่มโอกาสการเกิดสารพิษในลำไส้ได้

กินอาหารที่อุดมด้วยคลอโรฟิลล์เพื่อลดสารพิษ. อาหารบางชนิดช่วยลดระดับสารพิษในเลือดได้ ผลวิจัยพบว่าคลอโรฟิลล์จะลดการดูดซึมสารพิษและช่วยในการขับสารพิษด้วย ผักใบสีเขียวเข้มจะมีคลอโรฟิลล์สูง ควรกินผักโขม ผักเคล ผักคะน้า พาร์สลีย์ ต้นอ่อนข้าวสาลี และสาหร่ายเยอะๆ [8][9][10]
ลองกินแบบนี้ในทุกมื้อ ใส่ไข่ลงในผักเคลหรือคะน้านึ่ง หรือนำผักโขมกับต้นอ่อนข้าวสาลีไปทำเป็นสมูทตี้ คุณจะหาซื้อสาหร่ายอบกรอบมากินเล่นด้วยก็ได้

บริโภคโปรไบโอติกส์. จุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ดีต่อสุขภาพลำไส้และยังช่วยในการขับสารพิษอีกด้วย โปรไบโอติกส์ช่วยลดเอนไซม์ในร่างกายที่ทำให้ลำไส้ดูดจับสารพิษไว้แทนที่จะชะล้างไป เพื่อสุขภาพโดยรวมควรรับประทานแคปซูลโปรไบโอติกส์วันละหนึ่งเม็ดทุกวัน แต่ถ้าอยู่ในช่วงล้างพิษลำไส้อาจจะต้องเพิ่มอีก 1-2 เม็ด [11][12]
การกินโยเกิร์ตและอาหารประเภทอื่นๆ ก็ช่วยให้คุณได้รับโปรไบโอติกส์เช่นกัน

ดื่มน้ำให้มากขึ้น ร่างกายคุณต้องการน้ำเพื่อช่วยชะล้างสารพิษ. คนส่วนใหญ่ควรดื่มน้ำให้ได้ปริมาณครึ่งหนึ่งของน้ำหนักตัว (ในหน่วยออนซ์) เพื่อสุขภาพลำไส้ที่ดี ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณหนัก 140 ปอนด์ คุณต้องดื่มน้ำให้ได้ 70 ออนซ์ต่อวัน โดยเฉพาะถ้าต้องการให้สุขภาพลำไส้ดีขึ้น [13]
ปริมาณเท่านี้อาจจะดูเหมือนเยอะ แต่ถ้าคุณดื่มน้ำ 1-2 แก้ว ทุกๆ สองสามชั่วโมง ก็จะไม่เยอะเกินไป อย่าดื่มในครั้งเดียวเพราะจะทำให้แน่นท้องได้
ถ้าคุณกินไฟเบอร์มากขึ้นหรือกินอาหารเสริมไฟเบอร์ คุณก็จำเป็นต้องดื่มน้ำมากขึ้นด้วย เพราะไฟเบอร์ที่เพิ่มขึ้นนั้นต้องใช้น้ำมากขึ้นเพื่อให้ย่อยได้ดี
วิธีการ
2
กำจัดสารพิษด้วยอาหารเสริมล้างลำไส้

ปรึกษาแพทย์. ปัจจุบันมีอาหารเสริมล้างลำไส้จำหน่ายมากมาย บางชนิดช่วยชะล้างสิ่งสกปรกออกจากลำไส้ บางชนิดช่วยเสริมการทำงานของอวัยวะในการขับสารพิษ แต่ก่อนจะบริโภคอาหารเสริมเหล่านี้ คุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนว่ามันจะปลอดภัยสำหรับคุณหรือไม่

ใช้ยาระบาย. ยาระบายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ทำงานเร็วขึ้นและระบายของเสียออกให้หมด ควรระวังในการใช้ให้ดี เพราะยาระบายอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องและท้องร่วงได้หากกินในปริมาณมาก และยังทำให้เกิดผลข้างเคียงอื่นๆ อย่างเช่น เรอ ท้องอืด มีแก๊สในท้อง หรือเป็นตะคริวที่ท้องได้ ลองใช้ยี่ห้อ มิลค์ ออฟ แมกนีเซีย (Milk of Magnesia) มิราแล็คซ์ (Miralax) หรือดัลโคแลกซ์ (Dulcolax)
ถ้าคุณกินยาระบายติดต่อกันเป็นประจำ ลำไส้คุณจะต้องพึ่งยาตลอด ดังนั้นควรใช้เพียงสองสามวันต่อครั้งเท่านั้น [14]
ถ้าคุณอยากได้ยาระบายแบบธรรมชาติ ชาระบายอ่อนๆ ก็เพียงพอสำหรับการล้างพิษลำไส้แล้ว ใส่ชาระบายมินต์ 1-2 ถุงลงในน้ำร้อน 5-10 นาที ดื่มตอนกลางคืน คุณจะขับถ่ายประมาณ 6-8 ชั่วโมงถัดมา [15]

กินอาหารเสริมไฟเบอร์. นอกจากอาหารที่อุดมด้วยไฟเบอร์แล้ว อาหารเสริมที่มีไฟเบอร์ก็ช่วยดักจับสารพิษและช่วยลำไส้ในการชะล้างมันด้วย กินไฟเบอร์จากรำข้าว ไซเลี่ยม หรือรำข้าวโอ๊ต 2 ช้อนโต๊ะต่อวัน กินง่ายๆ โดยใส่ในสมูทตี้หรือโอ๊ตมีลก็ได้
อย่าลืมดื่มน้ำมากๆ ช่วงที่กินไฟเบอร์เสริม ไม่อย่างนั้นไฟเบอร์อาจทำให้ท้องผูกหรือลำไส้อุดตันได้
คุณอาจจะลองกินไฟเบอร์เสริมชนิดละลายน้ำได้ อย่างยี่ห้อเบเนไฟเบอร์ (Benefiber) และเมตามูซิล (Metamucil) [16]

ลองแมกนีเซียมเสริม. แมกนีเซียมจะค่อยๆ ดูดซึมน้ำเข้าสู่ลำไส้และมีฤทธิ์เป็นยาระบายตามธรรมชาติ ซึ่งต่างจากยาสมุนไพรหรือยาระบายทั่วไปตรงที่ไม่ทำให้ติดและไม่ทำให้ต้องพึ่งยาเมื่อใช้เป็นเวลานาน
กินแมกนีเซียมซิเตรท 300-600 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ห้ามเกิน 900 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะถ้าได้รับมากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้
คุณสามารถหาซื้อแมกนีเซียมซิเตรทแบบดื่มแทนอาหารเสริมแบบเม็ดได้ แค่ดูให้แน่ใจว่ามีปริมาณแมกนีเซียมไม่เกิน 900 มิลลิกรัม [17]

ลองใช้เอ็น-อะเซทิลซิสเทอิน (N-acetyl cysteine, NAC). เอ็น-อะเซทิลซิสเทอินหรือเอ็นเอซี คือสารตั้งต้นของกลูต้าไธโอน ซึ่งเป็นหนึ่งในสารล้างพิษหลักๆ ในร่างกาย พบในอาหารธรรมชาติอย่างโยเกิร์ตบางชนิดและเนื้อสัตว์ปีกโปรตีนสูง แต่ก็สามารถกินแบบอาหารเสริมได้หากอยู่ในช่วงล้างพิษลำไส้ เมื่อคุณกินเอ็นเอซีเข้าไป ร่างกายจะเปลี่ยนมันเป็นกลูต้าไธโอนซึ่งจะช่วยขจัดพิษได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
กินอาหารเสริมแคปซูลเอ็นเอซี 500-1500 มิลลิกรัมต่อวันในระหว่างช่วงล้างลำไส้ คุณสามารถหาซื้อได้ที่ร้านขายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพหรือร้านขายยา [18]
วิธีการ
3
ใช้วิธีแบบธรรมชาติด้วยตัวเอง

ใช้น้ำมันละหุ่งประคบ. การประคบด้วยน้ำมันละหุ่งจะช่วยชะล้างและขจัดสารพิษออกจากลำไส้ เตรียมผ้าสักหลาด จะเป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าขนสัตว์ก็ได้ พลาสติกห่ออาหาร ผ้าขนหนู ถุงน้ำร้อนหรือแผ่นให้ความร้อน และน้ำมันละหุ่ง เทน้ำมันลงบนผ้าสักหลาดให้ชุ่มพอดี นอนลงและวางผ้าลงบนท้องโดยตรง แล้วใช้พลาสติกห่อรอบผ้าไว้ไม่ให้เลอะเสื้อผ้าหรือที่นอน เสร็จแล้วใช้ผ้าขนหนูพันรอบลำตัวให้ทับพลาสติกอีกที จากนั้นนำถุงน้ำร้อนหรือแผ่นให้ความร้อน (ตั้งค่าระดับปานกลาง) มาวางบนผ้าขนหนู ทิ้งไว้ 10-30 นาที ก่อนเอาออกและทำความสะอาดบริเวณท้อง คุณสามารใช้ผ้าสักหลาดซ้ำได้อีกประมาณ 3 สัปดาห์โดยไม่ต้องซัก [19]

ทำการสวนทวาร. การสวนทวารจะช่วยล้างลำไส้ระหว่างทำการขจัดสารพิษ มันคือการฉีดน้ำเข้าสู่ลำไส้เพื่อกระตุ้นการขับถ่ายและช่วยชะล้างของเสียในลำไส้
การสวนทวารอาจทำให้เกิดการพึ่งยาได้หากทำบ่อยเกินไป เช่นเดียวกับยาระบาย แต่มันจะปลอดภัยและได้ผลถ้าทำอย่างเหมาะสมในระยะเวลาสั้นๆ [20][21]

พบแพทย์ธรรมชาติบำบัด. แพทย์ธรรมชาติบำบัดหรือนักธรรมชาติบำบัด ได้รับการฝึกให้ขจัดพิษคนไข้ได้อย่างปลอดภัยและเหมาะสม แพทย์ธรรมชาติบำบัดจะดูประวัติทางการแพทย์และยาที่คุณใช้ แอลทูร่า และเลือกวิธีล้างพิษที่ดีที่สุดสำหรับคุณได้ แพทย์จะแนะนำได้ว่าคุณควรสวนล้างลำไส้บ่อยแค่ไหน และยังสั่งจ่ายสมุนไพร อาหารเสริม และบอกแนวทางดูแลรักษาที่บ้านเพื่อจะช่วยให้คุณล้างพิษได้อย่างปลอดภัยและเป็นธรรมชาติด้วย
วิธีการ
4
รับการสวนล้างลำไส้

ลองสวนล้างลำไส้. นักบำบัดลำไส้จะได้ทำการสวนล้างลำไส้ให้คนไข้ทุกวัน การสวนล้างลำไส้อาจทำให้รู้สึกไม่ค่อยดีนัก แต่มันสามารถขจัดพิษในลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง ควรเลือกนักบำบัดลำไส้ผู้เชี่ยวชาญที่ทำอย่างสะอาดและปลอดภัย

ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับขั้นตอนการทำ. ถ้าคุณมีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้ ลองปรึกษาแพทย์เรื่องการสวนล้างลำไส้และสิ่งที่จะได้รับ ในขั้นตอนการทำ นักบำบัดลำไส้จะค่อยๆ สอดท่อเข้าไปในทวารหนัก ท่อนั้นจะเชื่อมกับปั๊มน้ำซึ่งจะฉีดน้ำหรือของเหลวเข้าไปในลำไส้ใหญ่ หลังจากลำไส้ชุ่มน้ำแล้ว นักบำบัดจะเอาท่ออันแรกออกและสอดท่อใหม่เข้าไป และจะทำการนวดท้องเพื่อไล่น้ำและของเสียออกจากลำไส้
นักบำบัดอาจมีการทำซ้ำเพื่อชะล้างลำไส้อย่างหมดจด อาจใช้น้ำมากถึง 60 ลิตรในระหว่างขั้นตอนนี้
ขั้นตอนต่อมาอาจจะใช้น้ำกับโปรไบโอติกส์ สมุนไพร หรือกาแฟ ซึ่งจะช่วยดูดของเสียออกจากลำไส้ [22]

ขับถ่ายให้ได้อย่างน้อยวันละครั้ง. ยิ่งปล่อยให้อุจจาระค้างอยู่ในลำไส้นานเท่าไหร่ ร่างกายคุณก็จะยิ่งดูดซึมสารพิษไว้เท่านั้น วิธีการต่างๆ ที่กล่าวไว้ด้านบนจะช่วยให้คุณสามารถขับถ่ายได้ทุกๆ วัน
ถ้าคุณเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและลองใช้วิธีอื่นๆ แล้วแต่ก็ยังขับถ่ายทุกวันไม่ได้ ควรลองไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจและคำแนะนำ
ถ้าคุณขับถ่ายมากกว่าวันละสองครั้งหรือมีอาการถ่ายเหลว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเป็นอันดับแรก
เคล็ดลับ
ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับอาหารเสริมและขั้นตอนต่างๆ ก่อนจะเริ่มทำการล้างพิษลำไส้
หลีกเลี่ยงการล้างลำไส้หากคุณเพิ่งผ่าตัดบริเวณท้องมา หรือมีเนื้องอกที่ใดอวัยวะก็ตามในระบบย่อยอาหาร หรือเป็นโรคหัวใจ โรคเกี่ยวกับไต โรคลำไส้อักเสบหรือโรคโครห์น ริดสีดวงภายในหรือริดสีดวงขั้นรุนแรง โรคถุงผนังลำไส้ใหญ่อักเสบ โรคลำไส้ใหญ่อักเสบเรื้อรัง และโรคลำไส้ตรงโผล่ยื่น แอลทูร่า.

racer อาหารเสริมผู้ชาย คุณผู้ชายที่ตกอกตกใจกับสภาวะปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้

racer อาหารเสริมผู้ชาย คุณผู้ชายที่ตกอกตกใจกับสภาวะปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้

racer อาหารเสริมผู้ชาย คุณผู้ชายที่ตกอกตกใจกับสภาวะปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ความต้องการทางเพศ หรือความสนใจทางเพศลดลง การหลั่งน้ำอสุจิผิดปกติ การหลั่งเร็ว หรือหลั่งช้าผิดปกติ เกิดอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จนไม่สามารถคงความแข็งตัวขององคชาตเพื่อใช้งานได้ ปัญหาทั้งหมดนี้ มักเกิดขึ้นได้ในผู้ชายทั่วโลก ส่วนใหญ่เมื่อเกิดปัญหาก็มักเขินอายที่จะไปพบแพทย์ ต้องบอกก่อนว่า ปัญหาเหล่านี้อาจเกิดซ้ำซ้อนกันได้ เพราะบางรายอาจมีปัญหามากกว่าหนึ่งในเวลาเดียวกัน แต่ข่าวดีคือปัญหาดังกล่าวสามารถแก้ไขได้ และจะช่วยให้ผู้ชายและคู่สมรส สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติสุขมากขึ้น ปัญหาสำคัญในการเริ่มต้นแก้ไขนั่นก็คือ อย่าอายที่จะนำปัญหาดังกล่าวมาพบแพทย์ หรือไม่ควรคิดว่าไม่มีทางในการรักษา และสุดท้ายก็ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้รับการรักษา ซึ่งหากพูดถึงกลุ่มปัญหาข้างต้น เราจะเรียกกลุ่มโรคนี้ว่า “โรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ” ผู้ชายที่มีโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศมักมีปัญหาในการแข็งตัวขององคชาต เพื่อให้เพียงพอในการมีเพศสัมพันธ์ ผู้ชายส่วนใหญ่มีความลำบากในการแข็งตัวขององคชาตเมื่อวันเวลาผ่านไป บางคนมีอาการไม่รุนแรง และนาน ๆ ครั้งจึงจะมีอาการ แต่บางคนมีปัญหารุนแรงมาก และเป็นบ่อยครั้งที่จะมีเพศสัมพันธ์ ปัญหาดังกล่าวนี้จะทำให้ความมั่นใจในตัวเองเสียไป เกิดความกังวลใจ ซึมเศร้า รู้สึกเครียด และรบกวนการมีคุณภาพชีวิตของคู่สมรสเป็นอย่างมาก อุบัติการณ์ในประเทศไทยพบผู้ที่มีอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศอยู่ประมาณ 42.18% (อายุระหว่าง 40-70 ปี) racer อาหารเสริมผู้ชาย.

racer อาหารเสริมผู้ชาย

racer อาหารเสริมผู้ชาย สาเหตุของโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ มีสาเหตุหลายประการที่เป็นไปได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจ เรเซอร์ อาหารเสริมผู้ชาย

ปัจจัยทางด้านร่างกาย เช่น เลือดไหลเข้าในองคชาตไม่เพียงพอ มีหลายภาวะที่ลดการไหลของเลือด ซึ่งปัญหาที่พบบ่อยคือ เส้นเลือดขอดหรืออุดตัน โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเส้นเลือด และการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุของปัญหาดังกล่าว สาเหตุต่อมาคือ องคชาตไม่สามารถเก็บเลือดไว้ได้ในระหว่างการแข็งตัว สาเหตุเกิดจากเส้นเลือดดำรั่ว ทำให้ไม่สามารถคงการแข็งตัวได้ ภาวะนี้เกิดขึ้นได้ทุกช่วงอายุ อีกสาเหตุหนึ่งที่พบคือ การส่งข่าวของเส้นประสาทจากสมองหรือไขสันหลังไม่สามารถส่งมายังองคชาตได้ ซึ่งผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง โรคพาร์กินสัน อาจเป็นสาเหตุของปัญหานี้ การบาดเจ็บหรือการผ่าตัดบริเวณเชิงกรานก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำลายเส้นประสาท ที่มาเลี้ยงองคชาตได้เช่นกัน racer อาหารเสริมผู้ชาย

ปัจจัยทางด้านจิตใจ การมีกิจกรรมทางเพศต้องมีจิตใจและร่างกายทั้งสองอย่างร่วมกัน ปัญหาด้านอารมณ์และความสัมพันธ์สามารถ ทำให้เกิดโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศ หรือทำให้อาการแย่ลง ตัวอย่างปัญหาเช่น โรคซึมเศร้า ความขัดแย้งในครอบครัว ความเครียด ความกังวลใจเกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศ เป็นต้น

คำถามตามมาก็คือ การแข็งตัวขององคชาตเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ต้องบอกว่าถ้าผู้ชายไม่ได้รับการกระตุ้นทางเพศ องคชาตของผู้ชายจะอ่อนตัว แต่เมื่อมีการกระตุ้นทางเพศ เส้นประสาทจะส่งข่าวให้มีการหลั่งสารเคมีไปเพิ่มการไหลของเลือดเข้าในองคชาต เลือดจะไหลเข้าแกนขององคชาตที่มีสองห้องที่เป็นฟองน้ำอยู่ด้านข้าง กล้ามเนื้อเรียบของห้องฟองน้ำจะคลายตัวและทำให้เลือดไหลเข้าไปและคงอยู่ภายในห้อง ความดันเลือดทำให้องคชาตแข็งตัว เมื่อผู้ชายถึงจุดสุดยอด เลือดจะไหลออกจากองคชาตอีกครั้งและองคชาตจะเริ่มอ่อนตัวลงทันที

แล้วจะทราบได้อย่างไรว่ามีปัจจัยเสี่ยง?

ส่วนมากปัญหาอาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศ จะพบได้มากในผู้ป่วยที่เป็นโรคต่าง ๆ ดังนี้ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคซึมเศร้า โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคหัวใจขาดเลือดหรือเส้นเลือดหัวใจอุดตัน โรคอ้วน โรคไตวาย รวมทั้งผู้ที่สูบบุหรี่จัด ติดยาเสพติด ได้รับการผ่าตัดบริเวณเชิงกรานหรือฉายแสงรักษามะเร็งต่อมลูกหมาก

การตรวจวินิจฉัยรักษา

แพทย์จะตรวจวินิจฉัยพิเศษให้ยารักษา หรือผ่าตัดแก้ไขปัญหาการแข็งตัวขององคชาต หากปัญหาเกิดจากระดับฮอร์โมน ก็จะได้รับฮอร์โมนทดแทน หากปัญหาเกิดจากจิตใจ ก็จะส่งไปพบจิตแพทย์เพื่อแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีปัญหาทางจิต จิตแพทย์ก็จะช่วยเป็นที่ปรึกษาหรือร่วมแก้ปัญหาได้

สิ่งที่จะได้รับการตรวจเมื่อมาพบแพทย์ ลำดับแรก แพทย์จะทำการซักประวัติ ผู้ป่วยจะต้องแจ้งปัญหา และระบุโรคที่เป็นอยู่ให้ทราบ บางคำถามอาจเกี่ยวกับประวัติทางเพศสัมพันธ์และอาจเป็นคำถามที่ค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนตัว คำตอบที่แพทย์ได้รับจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในตรวจวินิจฉัยรักษา

ต่อมา แพทย์จะทำการตรวจร่างกายอย่างระมัดระวัง racer อาหารเสริมผู้ชาย เพื่อดูว่ามีอาการของโรคอื่นด้วยหรือไม่ เช่น ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท และระบบต่อมไร้ท่อ แพทย์จะทำการตรวจร่างกายโดยการวัดความดัน การตรวจองคชาตหรือลูกอัณฑะ รวมทั้งตรวจต่อมลูกหมาก

ส่วนการตรวจทางห้องปฏิบัติการ เป็นขั้นตอนการตรวจในลำดับถัดมา แพทย์จะทำการตรวจเลือดเพื่อหาค่าระดับฮอร์โมนเพศชาย ระดับน้ำตาล ระดับไขมันในเส้นเลือด หรือฮอร์โมนธัยรอยด์ ตรวจปัสสาวะ ซึ่งทั้งหมดจะทำให้ทราบถึงปัญหาได้ดียิ่งขึ้น

ปัญหาทางเพศสัมพันธ์เป็นสิ่งที่อ่อนไหวมาก ทำให้รู้สึกลังเลใจ ไม่มั่นใจที่จะมาปรึกษาแพทย์ ซึ่งจากสถิติพบว่า มีผู้ป่วยโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศจำนวนร้อยละ 14.81 ที่รู้สึกค่อนข้างไม่สะดวกที่จะมาปรึกษาแพทย์ ร้อยละ 13.75 รู้สึกอึดอัดกับการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีเพียงร้อยละ 9.7 ที่รู้สึกค่อนข้างยินดีที่จะเปิดเผยและพูดคุยกับแพทย์ ดังนั้น ควรได้รับการนัดหมายเพื่อตรวจสุขภาพ โดยอาจแจ้งว่ามานัดตรวจเพื่อตรวจสุขภาพชายก็ได้

อีกสิ่งหนึ่งที่จะแนะนำก็คือ คนใกล้ชิดหรือคู่สมรส ควรรับรู้ปัญหาร่วมกัน เพราะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นร่วมกัน คู่ชีวิตจึงควรให้กำลังใจซึ่งกันและกัน ต้องไม่ทิ้งปัญหาไว้แก้แต่เพียงผู้เดียว ให้ระลึกว่าปัญหาโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศเป็นสิ่งที่รักษาได้

ทิ้งท้ายไว้ว่า การรักษาที่ดีที่สุดสำหรับโรคหย่อนสมรรถภาพทางเพศก็คือ ทั้งคู่ยอมรับการรักษาร่วมกันและให้กำลังใจกัน ฉะนั้น..มาร่วมแก้ปัญหากันเถอะ racer อาหารเสริมผู้ชาย.