โซลซีเครท พลัส สูตรสครับขัดผิว ด้วยมะขามเปียก

โซลซีเครท พลัส สูตรสครับขัดผิว ด้วยมะขามเปียกมะขามเปียกพอหน้า ขัดผิว วิธีธรรมชาตินอกจากใช้ มะขามเปียกพอกหน้าหรือผิวแล้ว การนำมะขามเปียก มาใช้ขัดผิวหรือทำสครับ ด้วยสูตร มะขามเปียก น้ำผึ้งและ นมสดซึ่งเป็นสูตรขัดผิว ด้วยมะขามเปียกที่จะช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งวิธีคือ นำเอานมสดมาอุ่น แล้วนำมาผสมกับมะขามเปียก 1 กำมือ ขยำให้ส่วนผสมเข้ากัน ให้เอาน้ำผึ้งใส่ลงไป คนให้เข้ากันอีกรอบ พรมน้ำให้ตัวเปียกนำส่วนผสมของมะขามเปียก มาขัดให้ทั่วทั้งตัวประมาณ 20 นาทีแล้วอาบน้ำล้างออกตามปกติ จะทำให้ผิวคุณจะสะอาดเนียนใสแน่นอนสูตรการขัดผิว หรือพอกหน้าด้วยมะขามเปียก จะมีประสิทธิภาพได้ดีนั้น ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และความสม่ำเสมอในการดูแลผิวด้วยการใช้มะขามเปียก ในการขัดผิว หรือพอกหน้านั้น ไม่ควรใช้เกินอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ผิว ถูกรบกวนมากเกินไป จนอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้หากใครไม่สะดวก ที่จะใช้มะขามเปียกจากธรรมชาติ มาขัดผิว เพราะความยุ่งยากแล้วหละก็ ขอแนะนำ นี่เลย ครีมมะขามพะเยาขัดผิว ตราแม่แสงดีครีมสมุนไพรมะขามพะเยา แม่แสงดี มีกรดผลไม้ธรรมชาติ (AHA)* ประมาณ 4% ซึ่งจะช่วยลดการเกิดสิว, ฝ้า, จุดด่างดำ ลดการเกิดริ้วรอยของผิวช่วยให้รูขุมขนกระชับขึ้น ทำให้ผิวหนังที่เสื่อมสภาพแล้วหลุดออกไป ช่วยให้ผิวหน้าและผิวกายสดใส เนียนนุ่มเป็นธรรมชาติ ปราศจากกลิ่นตัววิธีใช้ สามารถใช้ขัดได้ทั้งผิวหน้า และผิวกายผิวหน้ามัน ควรล้างหน้าด้วยสบู่ หรือโฟมล้างหน้า ก่อนใช้ครีมสมุนไพรมะขาม เวลาใช้ควรผสมน้ำเล็กน้อยแล้วขัดนวดเบาๆ จนทั่วใบหน้าหลังจากขัดเสร็จ ให้ทิ้งไว้ประมาณ 2-5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด สามารถใช้ได้ทุกวัน โซลซีเครท พลัส.

โซลซีเครท พลัส ผิวหน้าแห้ง สามารถใช้ล้างหน้าแทนสบู่หรือโฟมล้างหน้าได้เลย ก่อนใช้ควรผสมน้ำสะอาดเล็กน้อย แล้วขัดเบาๆ จนทั่วใบหน้า

หลังจากขัดเสร็จ ให้ทิ้งไว้ประมาณ 2-5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ควรใช้อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง seoul secret plus

สำหรับผิวกาย หลังจากอาบน้ำด้วยสบู่ หรือครีมอาบน้ำแล้ว ใช้ครีมมะขามขัดผิวทั่วร่างกาย บริเวณรักแร้ ขาหนีบ ส้นเท้า ฟอกทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด โซลซีเครท พลัส

รวมสูตรพลังแห่งความขาวสำหรับผิวสาว ที่เรียกได้ว่าเป็น “มหากาพย์” แห่งการดูแลผิวด้วยวิธีธรรมชาติของคนรักสวยรักงาม

แต่ไม่รู้ว่าทําไงให้ใบหน้าขาวใสได้แบบปลอดภัย วิธีเหล่านี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากให้ผิวของตัวเองต้องสัมผัสกับสารเคมีอันตราย

หรือสาวๆ ที่มีผิวแพ้ง่าย สูตรขัดผิวขาวที่ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย จะมีความแตกต่างกันอยู่พอสมควร

เนื่องจากผิวหน้าจะมีความบอบบางและไวต่อการระคายเคืองได้ง่าย การเลือกส่วนประกอบที่จะนำมาใช้ขัดจะต้องมีความอ่อนโยน

ส่วนผิวกายจะเป็นพื้นที่ๆ มีความหนาและระคายเคืองได้น้อยกว่า ดังนั้นในการขัดผิวจึงมีสูตรที่แตกต่างกันแบ่งแยกออกไป

วิธีทําให้หน้าใสมีสุขภาพดี เราเลือกแนะนำด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติที่มีหลากหลาย

ให้สาวๆ ทุกสภาพผิวนำไปใช้ปรับสภาพ ดูแลผิวให้เรียบเนียน กระจ่างใส แถมยังปลอดภัยจากสารเคมีได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

วิธีทําให้หน้าใส ด้วยการขัดผิวหน้าอย่างเหมาะสม

ดังที่กล่าวไปข้างต้น ว่าสาวๆ คนไหนที่กำลังมองหาวิธีทําให้หน้าใสด้วยการ “ขัด” ที่ผลลัพธ์สัมผัสได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้

เนื่องจาการขัดผิว ภายหลังจะสัมผัสได้ถึงความบางเบาของผิว ความเกลี้ยงเกลา

ดูเปล่งปลั่งและขาวใสมากขึ้น ด้วยการกำจัดเอาผิวหนังกำพร้าที่ตายแล้วให้หลุดลอกออกไป

การขัดผิวหน้าจะต้องระมัดระวังในการเลือกใช้วัตถุดิบให้เหมาะสม ไม่เป็นกรด ด่าง

หรือมีความหยาบมากเกินไปจนทำให้ผิวเกิดรอยถลอก ตามมาด้วยผิวหน้าที่พังเสียหาย

การขัดผิวหน้า หรือ การสครับ (Facial Scrub) ที่ดีจะต้องช่วยปกป้องผิวและกระตุ้นให้ผิวกลับมาดีขึ้นกว่าเดิม

แต่ก็ต้องเข้าใจด้วยว่า การขัดผิวไม่ควรทำบ่อยจนเกินไป เพื่อป้องกันชั้นผิวบาง

เกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย ผิวหน้าบางคนไม่เหมาะกับสูตรขัดหน้าบางสูตร

ทำให้ผิวแห้ง หรือมัน จนก่อให้เกิดเป็นปัญหาสิวตามมา

ดังนั้นควรเลือกวิธีขัดหน้าที่จะช่วยให้การดูแลผิวเป็นไปอย่างถูกต้อง บำรุงด้วยมอยเจอร์ไรเซอร์ภายหลังทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการทำเป็นประจำด้วย

เคล็ดลับและสูตรขัดผิว ให้ขาวใส ด้วยธรรมชาติ

1.วิธีทําให้หน้าขาวด้วยมะขามเปียกและน้ำผึ้ง

สำหรับมะขามเปียก จะมีส่วนผสมของกรด โซลซีเครท พลัส AHA และวิตามินซีที่ช่วยกำจัดเซลล์ผิวเก่า

ช่วยให้ผิวหน้ามีความขาวใสมากขึ้นได้ แต่ด้วยปริมาณของกรดที่เข้มข้น จึงต้องระมัดระวังในสาวๆ ที่มีผิวหน้าแห้ง

กรณีสาวผิวแห้งให้เลือกใช้ส่วนผสมของน้ำมะขามเปียกประมาณ 1 ส่วน และน้ำผึ้ง 2-3 ส่วน

แล้วคนให้เข้ากัน จะได้เป็นเนื้อครีมที่มีความเนียนและเหลว การผสมด้วยน้ำผึ้งในสัดส่วนที่มากกว่า

จะช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ลดปัญหาผิวแห้งให้น้อยลง เพิ่มความชุ่มชื้น ปกป้องผิวจากความแห้งกร้านได้ดี

ส่วนสาวผิวมัน สามารถลดสัดส่วนของน้ำผึ้งเป็น 1 ส่วนเท่าๆ กับน้ำมะขามเปียกได้

การขัดหน้าควรนวดแบบเบามือวนเป็นวงกลม ให้ทั่วผิวหน้า จากนั้นทิ้งไว้ 10-15 นาที แล้วล้างทำความสะอาดตามปกติ

2.วิธีทําให้หน้าขาวด้วยเบกกิ้งโซดาขัดหน้า

เบกกิ้งโซดาขัดหน้า มีคุณสมบัติหลักๆ คือการกำจัดสิวเสี้ยน ซึ่งพบได้มากในคนที่มีปัญหาผิวหน้ามัน หมองคล้ำ

และมีรูขุมขนกว้าง เบกกิ้งโซดาจะช่วยกำจัดเอาสิวเสี้ยนที่โผล่ออกมานอกชั้นผิวให้หลุดลอกออกไป

พร้อมช่วยให้รูขุมขนเล็กลง ผิวหน้าจึงดูเรียบเนียนมากขึ้น วิธีขัดผิวด้วยเบกกิ้งโซดามีความเสี่ยงอยู่พอสมควรหากทำไม่ถูกวิธี

เพราะความหยาบของส่วนผสมอาจจะทำให้เกิดอาการแสบร้อนและเป็นรอยถลอกตามมาได้

แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาหากทำได้อย่างถูกวิธี หลักการง่ายๆ คือการผสมผสานระหว่างเบกกิ้งโซดากับมะขามและน้ำผึ้ง

หรือจะผสมโยเกิร์ตแทนมะขามเปียกก็ได้ อัตราส่วนให้อยู่ในส่วนเท่าๆ กัน หากต้องการความชุ่มชื้นมากน้อย

ก็ผสมน้ำผึ้งให้มากขึ้นกว่าเดิม ในการขัดผิวจะต้องทำอย่างเบามือมากที่สุด

เพราะตัวเบกกิ้งโซดามีความหยาบอยู่แล้ว ขัดประมาณ 5 นาที แล้วพอกทิ้งไว้ 5-10 นาทีก็พอ

เน้นบริเวณผิวที่มีรูขุมขนกว้าง และบริเวณที่มีสิวเสี้ยนมากเป็นพิเศษจากนั้นก็ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าก่อน

เพื่อกำจัดเอาเบกกิ้งโซดาออกไป แล้วค่อยล้างผิวหน้าตามปกติ โซลซีเครท พลัส.

mango mango plus สูตรลดความอ้วนอย่างง่ายๆใน 3 วัน

mango mango plus สูตรลดความอ้วนอย่างง่ายๆใน 3 วันสำหรับเมนูลดความอ้วน 3 วัน เพื่อ ควบคุมน้ำหนัก ในส่วนของอาหารสามารถแบ่งได้ออกเป็น 3 มื้อ โดยการคำณวนสัดส่วนของอาหารเพื่อให้เกิดปฎิกริยาการเผาผลาญอาหารที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อช่วยในการเผาผลาญไขมันอย่างสม่ำเสมอเพิ่มมากขึ้น ดังต่อไปนี้มื้อเช้า : กาแฟดำหนึ่งแก้ว ส้มโอครึ่งชิ้น ขนมปัง เนยถั่วลิสงครึ่งงช้อน
มื้อกลางวัน : ปลาทูน่าครึ่งถ้วย ขนมปัง กาแฟดำหนึ่งแก้วมื้อเย็น : ผลไม้ หรือธัญพืชสิ่งที่จำเป็นจะต้องให้ความใส่ใจ คือ การปรับเปลี่ยนเมนูอาหารให้มีความหลากหลาย เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่แตกต่างกัน และควรเสริมอาหารประเภทผักดิบ ลดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต ไขมันต่ำ และอาหารที่มีส่วนประกอบของเกลือที่น้อยลงการรับประทานอาหารในลักษณะนี้ จะทำให้คุณได้รับพลังงานเพียง 870 แคลอลี่ ต่อวัน ส่วนอาหารในอีกสองวันที่เหลือนั้น คุณก็จะได้รับพลังงานที่ไม่ค่อยแตกต่างกันนัก ผ่านทางวัตถุดิบด้านอาหารแบบพื้นฐานที่คุณสามารถหาได้จากครัวของคุณ ซึ่งจะเห็นได้ว่า สูตรลดความอ้วน 3 วัน ที่ได้แนะนำไปแล้วนั้น ใช้ความพยายามค่อนข้างน้อย และสามารถทำได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยการควบคุมปริมาณพลังงานที่ได้รับในแต่ละวันให้น้อยลง และถ้าหากผ่านพ้นช่วงเวลาลดความอ้วน 3 วัน ที่ได้แนะนำไปแล้ว แต่คุณอยากที่จะใช้สูตรนี้เพื่อช่วยในการลดน้ำหนักให้มากขึ้นอีก ควรที่จะทำการกลับไปทานอาหารตามปกติ ติดต่อกันเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 3 – 5 วัน แล้วจึงค่อยกลับมาทำการใช้วิธีลดความอ้วน 3 วัน อีกครั้งหนึ่ง และทำซ้ำกลับไปกลับมา จนกว่าคุณจะมีน้ำหนักตัวอย่างที่ต้องการในที่สุด mango mango plus.

mango mango plus อาหารที่ช่วยลดความอ้วนที่อุดมด้วยแร่ธาตุ และสารอาหารจากธรรมชาติ แมงโก้ แมงโก้ พลัส
1.ชาเขียว ในชาเขียวมี Catechins ที่ช่วยในการเผาผลาญไขมัน และยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติที่มีชื่อว่าโพลีฟีน นอกจากนี้ยังช่วยลดความอยากอาหาร ซึ่งส่งผลต่อการลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี
2.พริกไทยดำ อุดมไปด้วย Piperine ที่ช่วยการก่อตัวของเซลลไขมันใหม่ และยังช่วยลดระดับไขมันในกระแสเลือด ต่อต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มความเร็วในการเผาผลาญแคลอลี่ที่หลงเหลือจากการเผาไหม้ไม่หมดจด ทำให้การลดความอ้วนเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น mango mango plus
4.น้ำมะนาว มีคุณสมบัติในการช่วยลดความอยากอาหารให้น้อยลง และยังช่วยในการย่อยอาหาร พร้อมกับช่วยเพิ่มอัตราการขับของเสียออกจากร่างกายได้เป็นอย่างดี
5.ปลาแซลมอน เป็นแหล่งของน้ำมันปลาที่อุดมสมบูรณ์ และยังมีโปรตีน สารอาหารอื่นๆในปริมาณมาก เช่น วิตามินบี6 วิตามินบี 12 วิตามินดี ไนอาซิน และซีลีเนียม เป็นต้น ปลาแซลมอนยังช่วยทำให้คุณรู้สึกอิ่มท้องได้โดยปราศจากไขมัน นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันโอเมก้า-3 ที่ช่วยเพิ่มอัตราการสูญเสียน้ำหนักอย่างได้ผล
6.ผลเบอร์รี่ อุดมไปด้วยสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก และยังช่วยควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด มีปริมาณของเส้นใยอาหารสูง พร้อมกับประสิทธิภาพสนับสนุนการเผาผลาญอาหารที่ช่วยในการควบคุมน้ำหนักของคุณ

7.มะระ เป็นพืชที่มีปริมาณเส้นใยอาหารอยู่เป็นจำนวนมาก ในขณะที่มีปริมาณของแคลอลี่ต่ำ นอกจากนี้ยังช่วยในการ ลดน้ำหนัก ลดความอ้วนได้อย่างดี ด้วยการเพิ่มความอิ่มเมื่อทาน และเร่งอัตราการเผาผฃาญอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
8.โปรตีนถั่วเหลือง เป็นอาหารที่สามารถทำการย่อยสลายได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้มันยังดีสำหรับการช่วยควบคุมน้ำหนักของ และเร่งอัตราการเผาผลาญไขมันได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
9.ส้มโอ มีวิตามินซี และคุณสมบัติตามธรรมชาติที่ช่วยในการเผาผลาญอาหาร พร้อมกับคุณสมบัติในการช่วยลดอินซูลิน มีแคลอลี่ต่ำ แต่เป็นแหล่งของโปรตีนที่ดี นอกจากนี้ส้มโอยังเป็นแหล่งเส้นใยอาหารที่ดีมากที่สุดอย่างหนึ่งเลยทีเดียว
10.ไข่ โปรตีนภายในไข้จะช่วยทำให้คุณรู้สึกอิ่มอย่างยาวนาน ทำให้ลดโอกาสที่คุณจะถูกกระตุ้นให้รู้สึกอยากกินจุกจิกบ่อยครั้งในระหว่างวัน
การทานอาหารด้วยความเข้าใจ อย่างถูกต้อง ดังที่ได้ทำการแนะนำไปแล้วในข้างต้นจะช่วยทำให้คุณสามารถลดความอ้วนได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าอยากที่จะลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ก็จำเป็นที่จะต้องทำการทานสารอาหารเสริมอื่นๆร่วมด้วย ซึ่งในปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมหลายชิ้น ที่มีคุณสมบัติเสริมการลดความอ้วนที่น่าสนใจ และมีความปลอดภัยมากกว่า ยาลดน้ำหนัก ในปัจจุบัน

อาหารเสริมลดน้ําหนัก วิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลและปลอดภัย

ในปัจจุบันมีวิธีการลดความอ้วนอย่างได้ผลง่ายๆ ที่สามารถทำได้ด้วยตัวคุณเอง โดยมีวิธีกว้างๆอยู่ 4 วิธี ได้แก่

1. การควบคุมอาหาร (diet)

หลักการควบคุมอาหารเพื่อลดความอ้วนคือ การรับอาหารเข้าไปในร่างกายในปริมาณที่น้อยกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ ทำให้ร่างกายเกิดการสลายพลังงานที่เก็บเอาไว้ในร่างกายออกมาใช้น้ำหนักจึงลดลง ซึ่งการลดน้ำหนักโดยวิธีนี้ต้องอาศัยความแน่วแน่ของจิตใจ เพราะถ้าไม่ตั้งใจจริงในการควบคุมอาหาร ผลสำเร็จที่ได้ก็จะลดลง แต่ไม่ควรที่จะใช้วิธีการอดอาหารอย่างเด็ดขาด เพราะจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่จำเป็น ควรเปลี่ยนมาเป็นการควบคุมปริมาณอาหารในแต่ละมื้อจะเป็นสิ่งที่ดีกว่า

2. การออกกำลังกาย (exercise)

การออกกำลังกายถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการลดน้ำหนัก mango mango plus เมื่อร่างกายใช้พลังงานมากกว่าปริมาณอาหารที่ได้รับ ร่างกายจะนำไขมันส่วนเกินที่เก็บสะสมเอาไว้มาเปลี่ยนเป็นพลังงานในการออกกำลังกายทำให้น้ำหนักลดลง การออกกำลังกายยังมีผลดีในระยะยาว ทำให้สุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจดีขึ้น ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ววิธีลดน้ำหนักโดยการออกกำลังกายมักที่จะทำควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร ซึ่งการออกกำลังอย่างได้ผล ควรจะใช้เวลาในการออกกำลังกายประมาณ 30-60 นาที ต่อครั้ง สัปดาห์ละ 3-5 ครั้งอาหารเสริมลดน้ําหนัก

3. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

เป็นการเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง โดยความสำเร็จในการลดน้ำหนักจะขึ้นอยู่กับความตั้งใจว่ามีความแน่วแน่มากน้อยเพียงใด โดยเริ่มจากการลดละเลิก นิสัยการชอบกินแบบจุกจิก ชอบทานขนมก่อนนอน ชอบทานอาหารมันๆ พฤติกรรมเหล่านี้ถือว่าไม่เหมาะสม จำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยพยายามเปลี่ยนมาเป็นการทานอาหารเฉพาะมื้อหลัก พร้อมกับงดอาหารว่างระหว่างมื้อ และที่สำคัญคือ ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันเป็นจำนวนมาก

4. การใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยลดความอ้วน

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันการที่จะทำตามขั้นตอนวิธีการลดน้ำหนักในข้างต้นถือว่าเป็นสิ่งที่ลำบากมากขึ้น เนื่องจากในหนึ่งวันที่ต้องมีความเร่งรีบในการใช้ชีวิต ทั้งการทำงาน การเรียน การแบ่งเวลาว่างเพื่อไปออกกำลังกายกลายเป็นสิ่งที่ยุ่งยาก แม้แต่การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อเองก็ต้องเร่งรีบขาดความพิถีพิถัน บางคนเองก็ทำงานจนนอนดึกดื่นเป็นประจำจนไม่สามารถเปลี่ยนพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสมได้สำเร็จอาหารเสริมลดน้ําหนัก

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถทำตามวิธีการลดน้ำหนักดังที่ได้แนะนำไปแล้วในข้างต้น คงพยายามมองหาทางเลือกอื่นที่ง่ายกว่าสะดวกกว่าในการลดน้ำหนักอย่างได้ผล คือการใช้ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักนั่นเอง mango mango plus.

himalaya black tea eye gel ถึงไม่มีปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา ก็ควรจะทาอายครีม

himalaya black tea eye gel ถึงไม่มีปัญหาริ้วรอยรอบดวงตา ก็ควรจะทาอายครีม อยู่ในวัยที่ยังไม่มีปัญหาริ้วรอยรอบดวงตาแต่สงสัยว่าควรจะใช้อายครีมได้หรือยังคะ? ใช้ได้เลยค่ะ! ไม่ต้องรอให้มีปัญหาขึ้นก่อนแล้วถึงจะหามาใช้ เพราะเมื่อถึงตอนนั้นอาจจะไม่ทันการแล้วก็ได้ ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังแนะนำให้สาวๆ ในช่วงวัยรุ่นหรือวัยยี่สิบต้นๆ ควรเพิ่มอายครีมเข้าไปกิจวัตรการดูแลผิวประจำวันได้แล้วเพราะไม่เช่นนั้นคุณจะเจอกับปัญหาริ้วรอยใต้ตาเมื่อถึงวัย 30 ได้อายครีมจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิว จึงช่วยให้สาวๆ ดูอ่อนกว่าวัยได้ แต่ไม่มีอายครีมขวดไหนที่จะช่วยแก้ปัญหาริ้วรอยให้คุณได้ในคืนเดียว อายครีมบางยี่ห้ออาจจะช่วยให้ผิวหนังรอบดวงตาดูสว่างขึ้นได้ในทันที แต่อายครีมโดยปกติจะต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ๆ (หรือเป็นเดือนๆ) กว่าจะเห็นผล เพราะ อายครีมพวกนี้จะเข้าไปเติมเต็มริ้วรอยบริเวณดวงตาอย่างช้าๆ กว่าจะช่วยให้กลับมาดูเรียบเนียนได้ ฉะนั้น ก็สรุปได้ว่ารีบใช้อายครีมซะแต่เนิ่นๆ นะ ต้องใช้อายครีมกับผิวรอบดวงตาจริงหรือ? ถึงแม้ผิวหนังรอบดวงตาจะเป็นส่วนที่บอบบางที่สุดในร่างกาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อซื้อครีมสำหรับทารอบดวงตาโดยเฉพาะเสมอไป เพราะถ้าคุณใช้ครีมทาหน้าที่มีส่วนผสมของน้ำอยู่ในปริมาณสูง และไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ คุณก็สามารถใช้ครีมนั้นทารอบดวงตาด้วยได้โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อครีมทาตาให้ สิ้นเปลือง แต่เพื่อเป็นการป้องการการแพ้หรือระคายเครื่องที่อาจเกิดขึ้นได้ คุณก็ควรตรวจสอบให้ดีก่อนว่าครีมที่ใช้ทาหน้านั้นมีส่วนผสมของน้ำหอมอยู่ หรือเปล่า เพราะนั่นคือสาเหตุอันดับหนึ่งที่ทำให้ผิวรอบดวงตาเกิดอาการระคายเคือง himalaya black tea eye gel.

himalaya black tea eye gel ส่วนสารกันแดดอย่างซิงค์ออกไซด์และไทเทเนียมไดออกไซด์กลับไม่ก่อให้เกิด อาการแพ้มากนัก แต่ถ้าคุณมีผิวแพ้ง่ายก็ควรหลีกเลี่ยงที่จะใช้กับผิวรอบดวงตาจะเป็นการดีกว่า หิมาลายา แบล็ค ที อาย เจล

และจงจำไว้ด้วยว่าการทาครีมรอบดวงตานั้นจะต้องทำอย่างนุ่มนวลที่สุดเท่าที่ จะทำได้ โดยใช้นิ้วนางลูบไล้เบาๆจากหัวตาไปหางตา เพราะนิ้วนางเป็นนิ้วที่มีแรงน้อยที่สุด จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่ทำให้ผิวรอบดวงตาต้องเป็นปัญหาจากการทาครีมแรงๆ ครีมทารอบดวงตา

หน้าเด็กขึ้น 5 ปีด้วยอายด์ครีมจากธรรมชาติ himalaya black tea eye gel
เมื่อสาวๆ หรือคุณสุภาพสตรีเริ่มมีอายุมากขึ้น สิ่งที่มาพร้อมกับตัวเลขที่เพิ่มขึ้นทุกปีนั้นคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจาก ริ้วรอย และร่องลึกรอบๆ ดวงตา แม้จะดูแลประคบประหงมอย่างดีมากเท่าไหร่ก็ยังไม่อาจรอดพ้นจากริ้วรอยเหล่านั้นได้ เนื่องจากผิวพรรณของผู้หญิงมีความละเอียดอ่อนกว่าผิวของผู้ชายมาก และเปรียบเสมือนกระจกที่คอยถ่ายทอดความสวยงามออกสู่สายตาผู้ที่มองมา

เมื่อเวลาผ่านไป ความยืดหยุ่นของผิวก็ค่อยๆ ลดน้อยลง และมีริ้วรอยปรากฏขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เครื่องสำอางแบรนด์ต่างๆ ตั้งแต่ Hi-end จนถึง Drugstore จึงได้คิดค้นนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่ใช้กำจัดริ้วรอยรอบดวงตาออกจำหน่ายสู่คุณสุภาพสตรีทั้งหลายที่ต้องการดูแลผิวพรรณให้อ่อนเยาว์อยู่เสมอ อาทิเช่น การเติมน้ำให้กับผิวและดูแลอย่างสม่ำเสมอ แต่สำหรับสาวๆ ที่งบน้อยต้องใช้สอยอย่างประหยัด ครีมบำรุงจากเคาน์เตอร์แบรนด์จึงอาจจะไม่ใช่ทางออกที่เวิร์คเท่าไหร่นัก วันนี้เราก็จะมาแนะนำสูตรอายครีมด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติและการันตีความถูกที่ใครๆ ก็สามารถทำเองได้ที่บ้าน แน่นอนว่าผลลัพธ์ที่ได้หลังจากการใช้สูตรอายครีมนี้ดีเทียบเท่าใช้ครีมบำรุงจากเคาน์เตอร์แบรนด์เลยทีเดียวค่ะ

ก่อนอื่นเราจะต้องมาเกริ่นถึงที่มาหรือต้นกำเนิดของสูตรดังกล่าวกันหน่อยค่ะ อายครีมสูตรดังกล่าวนี้ได้มาจากสุภาพสตรีชาวอังกฤษ วัย 54 ปี หลังจากได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นเวลา 1 เดือน สุภาพสตรีท่านนี้ได้กล่าวว่า “ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสาวขึ้นซัก 5 ปี ริ้วรอยร่องลึกรอบดวงตาของฉันหายไปเกือบหมด”

สำหรับส่วนผสมอายครีมนั้น himalaya black tea eye gel รับรองได้ว่าจะไม่ทำให้เกิดอาการแพ้แต่อย่างใด หรือถ้าหากแพ้ก็มีโอกาสน้อยมาก ดังนั้นเราจึงขอแนะนำว่าควรนำผลิตภัณฑ์จำนวนเล็กน้อยมาทดสอบเพื่อตรวจหาอาการแพ้ก่อนใช้จริงจะดีกว่านะคะ

ส่วนผสมอายครีม
1. วิตามิน อี
2. น้ำมันหอมระเหยบริสุทธิ์ 2 หยด
3. น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อน

วิธีทำ
นำส่วนผสมทั้ง 3 ชนิดเทลองในถ้วยที่เตรียมไว้ แล้วจึงคนส่วนผสมให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน เพียงเท่านี้คุณก็จะได้อายครีมธรรมชาติไว้ใช้เองได้อย่างเต็มที่ นำส่วนผสมที่เสร็จเรียบร้อยแล้วเทใส่ในขวดหรือตลับขนาดพอเหมาะ หลังใช้อายครีมเสร็จทุกครั้งควรนำไปแช่เก็บไว้ในตู้เย็นเพื่อรักษาความสดใหม่

ข้อแนะนำและวิธีการใช้
เพียงทาอายครีมเบาๆ บริเวณรอบๆ ดวงตา และค่อยๆ นวดเพื่อให้ครีมซึบซาบสู่ผิว เพื่อประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น ควรทาอายครีมในช่วงเวลา 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอนนะคะ ใช้ทิชชู่ซับเบาๆ เพื่อขจัดความมันส่วนเกิน ด้วยสูตรอายครีมดังกล่าวนี้จะทำให้ผิวพรรณ และผิวหน้าของคุณได้ย้อนเวลากลับไปสดใส และอ่อนเยาว์อีกครั้ง นอกจากนี้ยังช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรก และเครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตาของคุณอย่างหมดจดยิ่งขึ้น และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ใบหน้าของคุณจะดูเด็กขึ้นอีก 5 ปีเมื่อไม่มีรอยตีนกา หรือริ้วรอยร่องลึกต่างๆ มากวนใจ เห็นไหมล่ะคะว่าของถูกและดีก็ยังคงมีในโลก อีกทั้งยังปลอดภัยจากสารเคมี เพราะใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติล้วนๆ นั่นเอง himalaya black tea eye gel.