t chloro plus การใช้คลอโรฟิลล์ บริสุทธิ์ 100 % เพื่อเป็นยารักษาโรคได้หรือไม่ …?

t chloro plus การใช้คลอโรฟิลล์ บริสุทธิ์ 100 % เพื่อเป็นยารักษาโรคได้หรือไม่ …? คลอโรฟิลล์ที่ทางบ้านสมุนไพรนำเข้ามา อยู่ในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จึงไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นยารักษาโรค เนื่องจากถ้านำเข้ามาเพื่อเป็นยารักษาโรคจะมีราคาค่อนข้างแพงมากทำให้คนทั่วไปไม่สามารถใช้บริโภคได้ เพราะจุดประสงค์ การใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % ก็เพื่อทดแทนการบริโภคสารอาหารจากพืชผัก เนื่องจากปัจจุบันคนไทยรับประทานพืชผักไม่เพียงพอแก่ความต้องการของร่างกาย รวมทั้งการสั่งสมสารเคมีประเภทต่างๆ ไว้เป็นจำนวนมาก สารสกัดจากต้นอัลฟัลฟ่าในรูปของคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์100 % จึงถูกนำมาใช้ทดแทนการขาดการบริโภคสารอาหารที่มีคุณค่าดังกล่าว การใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % คือ สารบริสุทธิ์แบบมีชีวิตจากธรรมชาติจึงเป็นทางเลือกเพื่อทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างพอเหมาะอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย ในปัจจุบันยังไม่มี่ตัวยาใดๆ ที่สามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ การใช้โภชนาการจึงเป็นหนทางที่ถูกเลือกดังนั้นการใช้สารอาหารจากธรรมชาติเพื่อเป็นยาจึงถูกนำมาใช้ ซึ่งตรงกับหลักปรัชญาของ ศาสตราจารย์ เอห์เรต ที่ว่า “ธรรมชาติอย่างเดียวเท่านั้น ที่เป็นผู้เยียวยารักษาโรคได้” “จงใช้อาหารเป็นยา อย่าใช้ยาเป็นอาหาร” t chloro plus.

t chloro plus ป่วยเป็นโรคเบาหวานมานาน ถ้าต้องการใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกาย ต้องดื่มอย่างไร.? ที คลอโร พลัส
· โรคเบาหวานถ้าต้องการใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกาย
· ดื่มเพื่อปรับสภาพร่างกายในการรับสารอาหารครั้งแรก ให้ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % โดยใช้ปริมาณ 5 ซีซี ผสมน้ำ 1.5 ลิตร เป็นเวลา 2 – 3 วัน
เดือนที่ 1 ให้ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % ปริมาณ 10 ซีซี ผสมน้ำ 1.5 ลิตร ให้ดื่มแทนน้ำทั้งวัน
เดือนที่ 2 ให้เพิ่มปริมาณคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % โดยใช้ ปริมาณ 20 ซีซี ผสมน้ำ 1.5ลิตร ให้ดื่มแทนน้ำทั้งวัน
เดือนที่ 3 ให้เพิ่มปริมาณคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % โดยใช้ ปริมาณ 30 ซีซี ผสมน้ำ 1.5ลิตร ให้ดื่มแทนน้ำทั้งวัน
เดือนที่ 4 เมื่อระดับน้ำตาลปรับลดลงสู่สภาวะปกติแล้ว ท่านสามารถลดปริมาณลงเหลือ 10ซีซี ผสมน้ำ ต่อวัน t chloro plus
· ในช่วงแรกสังเกตว่าระดับน้ำตาลในเลือดอาจจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม จะใช้เวลาอยู่ช่วงหนึ่ง ในช่วงเวลาของเดือนที่ 1 แต่ไม่ต้องตกใจ เมื่อน้ำตาลในกระแสเลือดถูกสลายหมดแล้ว ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดจะลดลงสู่ระดับปกติ แต่สามารถสังเกตได้ว่าท่านจะไม่เหนื่อยไม่เพลีย
· ท่านที่เป็นเบาหวานสะสมมาตั้งแต่ 5 ปี ถึง 20 ปี ระดับน้ำตาลในเลือดจะลดลงในเดือนที่ 2 แต่ถ้าเป็นโรคเบาหวานน้อยกว่า 5 ปี ระดับน้ำตาลในเลือดอาจจะลดลงจนถึงระดับปกติในช่วงประมาณเดือนแรก
· ต้องดื่มให้หมดขวด 1.5 ลิตรในแต่ละวัน
· ห้ามทานอาหารทำลายกระดูก ได้แก่ ผงชูรส น้ำอัดลมที่มีสีดำ ยาฆ่าแมลงจากผัก และผลไม้
· กรณีมีแผลที่เกิดจากโรคเบาหวาน ท่านสามารถใช้หัวเชื้อบริสุทธิ์ไม่ต้องผสมน้ำ ใช้หยอดบริเวณแผลที่รักษาไม่หายขาด ที่เกิดจากโรคเบาหวานได้
· สามารถใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบันที่รับจากโรงพยาบาลได้

ป่วยด้วยอาการโรคแทรกซ้อนจากการติดเชื้อ HIV ถ้าต้องการดื่มคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกาย จะต้องดื่มอย่างไร…และขอผู้ที่ป่วยที่สามารถสอบถามอาการได้ด้วย……?
·ให้ใช้สารสกัดคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % ปริมาณ 30 ซีซี ผสมน้ำ 1.5 ลิตร ให้ดื่มแทนน้ำทั้งวัน
โรคเอดส์ เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อ ไม่ใช่โรคที่เกิดจากการเสื่อมของร่างกาย แต่สามารถใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ฟื้นฟูได้จากประสบการณ์ การใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์กับผู้ที่ติดเชื้อโรคนี้จะไม่กำหนดระยะเวลาในการดื่มเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายโดยการใช้นั้นจะให้ดื่มไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องจนกระทั่งร่างกายมีสภาพร่างกาย และภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น คุณสามารถสังเกตได้จากค่า CD 4 ที่เพิ่มขึ้นตามลำดับ โดยสามารถเปรียบเทียบค่าก่อนเริ่มดื่ม และหลังจากดื่มคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ผ่านไปโดยสามารถทดสอบได้หลังจากเดือนแรก ให้สังเกตได้จากอาการป่วยที่เคยเป็นจะลดน้อยลง และมีค่า CD 4 สูงขึ้นและจะมากขึ้นเรื่อยๆ ในเดือนต่อๆ มา
· เมื่อร่างกายของท่านเข้าสู่สภาวะปกติให้ลดปริมาณ สารสกัดคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ เหลือเป็น 10 ซีซี ต่อน้ำ 1.5 ลิตร
· ในช่วงแรกหลังจากดื่มคลอโรฟิลล์จะมีการตอบโต้การบำบัดโรค หรืออาการกระทุ้งโรค โดยปวดเมื่อยทั้งตัว บางรายมีไข้อยู่หลายวัน บางรายมีอาการง่วงซึมทั้งวัน นั้นแสดงว่าท่านใช้ได้ผลเป็นอย่างดี ให้พยายามทนดื่มต่อไป หลังจากนั้นเมื่อระยะเวลามากกว่า 1 เดือน อาการทุกอย่างจะดีขึ้น
· ห้ามทานผงชูรส น้ำอัดลมที่มีสีดำ ยาฆ่าแมลงจากผักและผลไม้
· ห้ามทานผักที่มีเมือกมาก
· ถ้าเลี่ยงได้ ห้ามทานปลา 5 ชนิดได้แก่ ปลาสลิด ปลาดุก ปลาสวาย ปลาไหล ปลานิล

ป่วยเป็นโรคเก๊าต์มาหลายสิบปี สามารถดื่มคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายได้หรือไม่ ถ้าได้จะต้องดื่มอย่างไร……?
เดือนที่ 1 ให้ใช้สารสกัดคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % ปริมาณ 15 ซีซี ผสมน้ำ 1.5ลิตร ให้ดื่มแทนน้ำทั้งวัน
โรคเก๊าต์ ในระยะเวลา 3 – 7 วัน จะมีอาการที่ท่านสังเกตได้คือ มีการปวดมากขึ้นตามข้อ ปวดหัวครั่นเนื้อครั่นตัว มีอาการป่วยเป็นไข้อยู่ 2- 3 วัน หรือมากกว่า บางท่านอาจปวดมากจนทนไม่ได้ ให้ลดปริมาณลงเหลือ 10 ซีซี ต่อน้ำ 1.5 ลิตร และให้ใช้วิธีดื่มน้ำอุ่นตาม ถ้ายังไม่ดีขึ้นสามารถใช้ยาแก้ปวดแผนปัจจุบันร่วมด้วยได้
เดือนที่ 2 ให้ลดปริมาณคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % เป็น ปริมาณ 10 ซีซี ผสมน้ำ1.5 ลิตร ให้ดื่มแทนน้ำทั้งวัน
· ห้ามทานผงชูรส น้ำอัดลมที่มีสีดำ ยาฆ่าแมลงจากผักและผลไม้
· ลดปริมาณการทานสัตว์ปีก และเครื่องในสัตว์ทุกชนิด
โรคลูคีเมีย สามารถดื่มคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพของร่างกายได้หรือไม่ ถ้าได้จะต้องดื่มอย่างไร……?
· ให้ใช้สารสกัดคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ ปริมาณ 10 ซีซี ผสมน้ำ 1.5 ลิตร ดื่มแทนน้ำตลอดทั้งวัน
เดือนที่ 1 หลังจากดื่มจะสังเกตได้ว่า อาการจ้ำเลือดบริเวณผิวหนังจะลดน้อยลง อาการป่วยด้วยโรคต่างๆ ลดน้อยลง สามารถนั่งรถในระยะทางไกลๆ หรือขับรถไปไกลๆ ได้ โดยไม่อ้วกหรืออาเจียน อาการป่วยและมีอาการตัวเย็นก็จะลดความถี่ลง
· ห้ามทานผงชูรส น้ำอัดลมที่มีสีดำ ยาฆ่าแมลงจากผักและผลไม้
ป่วยเป็นโรคไตมานานหลายปี เป็นแบบที่ฟอกไตแล้ว คุณหมอนัดอาทิตย์ละ 2 ครั้ง สามารถดื่มคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายให้ดีขึ้นได้หรือไม่ ถ้าได้จะต้องดื่มอย่างไร……?
· ป่วยเป็นโรคโรคไตมานานหลายปี เป็นแบบที่ฟอกไตและที่คุณหมอห้าม ดื่มน้ำในปริมาณมาก หรือจำกัดปริมาณการดื่มน้ำ เพราะจะเกิดอาการน้ำท่วมปอด โดยเฉพาะคนที่ฟอกไตแล้ว สามารถใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % ได้ แต่ห้ามผสมน้ำดื่ม แต่ให้ใช้หัวเชื้อบริสุทธิ์ เทใส่ขวดสเปรย์ หรือขวดหยอด (Dropper) หยดใต้ลิ้น
ผู้ที่มีปัญหาโรคไต มักมีอาการ ปัสสาวะบ่อย นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย เป็นตะคิว ปวดเมื่อย เลือดลมไม่ดี ผมหงอกก่อนวัย ถ่ายอุจจาระไม่จับตัวเป็นก้อน
1-5 วันแรก ใส่ขวดสเปรย์ปริมาณ 10 ซีซี / วัน โดยการใช้ ให้อมไว้ใต้ลิ้น 3- 5 นาที ทุกๆ 1 ชั่วโมง (ใช้จนหมดขวดสเปรย์)
6-15 วัน ให้ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % โดยเพิ่มปริมาณเป็น 20 ซีซี / วัน โดยการใช้ ให้อมไว้ใต้ลิ้น 3- 5 นาที ทุกๆ 1 ชั่วโมง (ใช้จนหมดขวดสเปรย์)
หลังจาก 15 วัน ให้ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % โดยเพิ่มปริมาณเป็น 30 ซีซี / วันโดยการใช้ ให้อมไว้ใต้ลิ้น 3- 5 นาที ทุกๆ 1 ชั่วโมง (ใช้จนหมดขวดสเปรย์)
· ข้อสังเกตหลังจาก 30 วัน อาการจะเริ่มดีขึ้น โดยสามารถสอบถามอาการจากผู้ป่วยได้ตลอดเวลา ก็ให้ใช้อยู่ที่ 30-40 ซีซี ต่อวัน ใช้ขวดสเปรย์ จนกระทั้งผู้ป่วยดีขึ้นจึงเริ่มผสมน้ำ เช่น คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % เป็น 10 ซีซี ต่อ น้ำ 10 ซีซี (การผสมน้ำให้ดูจากอาการผู้ป่วยเป็นหลัก)
· ห้ามทานผงชูรส น้ำอัดลมที่มีสีดำ ยาฆ่าแมลงจากผักและผลไม้
· ข้อห้าม ต้องเลิกรับประทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด (ยกเว้นเนื้อปลาทานได้) อาหารรสเค็มจัด อาหารทะเล เครื่องดื่มอัลกอฮอร์
· สามารถใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบันที่รับจากโรงพยาบาลได้
ป่วยเป็นโรคภูมิแพ้มานานหลายปี มีน้ำมูกไหลตลอดเวลา มีอาการจามตอนเช้าหรือช่วงเวลาที่อาการเย็นหรือฝนใกล้ตก เป็นตลอดเวลาที่มีอาการเย็น มีผื่นคันคล้ายๆ ลมพิษ สามารถดื่มคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายให้ดีขึ้นได้หรือไม่ ถ้าได้จะต้องดื่มอย่างไร..…?
· ให้ใช้สารสกัดคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ ปริมาณ 15 ซีซี ผสมน้ำ 1.5 ลิตร ดื่มแทนน้ำตลอดทั้งวัน
ช่วงวันที่ 1 – 7 อาการช่วงนี้จะจามบ่อย มีน้ำมูกออกมากขึ้น บางรายอาจเป็นไข้ อยู่ช่วงเวลาหนึ่ง บางท่านอาจมีอาการปวดหัวร่วมด้วย แต่ให้ดื่มต่อไปเรื่อยๆ จะสังเกตว่าทุกอย่างจะดีขึ้น ไม่เกินระยะเวลา 1 เดือน น้ำมูกลดน้อยลง อาการจามหายไป
· ห้ามรับประทานอาหารทำลายกระดูก ได้แก่ ผงชูรส น้ำอัดลมที่มีสีดำ รวมถึงยาฆ่าแมลงจากผักและผลไม้
· งดการดื่มนมวัว หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมวัว
· หากเป็นไปได้ให้เลิกรับประทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด (ยกเว้นเนื้อปลาทานได้) ลดปริมาณการดื่มเครื่องดื่มอัลกอฮอร์
· สามารถใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบันที่รับจากโรงพยาบาลได้
ป่วยเป็นโรคไต (แบบยังไม่ฟอกไต) ถ้าดื่มเพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายจะต้องดื่มอย่างไร……?
· คือ กรณีโรคไต (แบบยังไม่ฟอกไต) การใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % ให้ผสมน้ำ ดื่มได้ตามปกติ
1 – 5 วันแรก ให้ผสมน้ำ ปริมาณ 10 ซีซี / วัน / 1 ขวด (น้ำสะอาด 1.5 ลิตร)
6 – 15 วัน ให้ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % โดยเพิ่ม ปริมาณเป็น 15 ซีซี / วัน / 1ขวด (น้ำสะอาด 1.5 ลิตร)
หลังจาก 15 – 30 วัน ให้ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % โดยเพิ่ม ปริมาณเป็น 20 ซีซี / วัน / 1 ขวด (น้ำสะอาด 1.5 ลิตร)
· โดยทั่วไปหลังจาก 30 วัน อาการจะเริ่มดีขึ้น (แต่เฉพาะบางท่านที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงมากจะเห็นผลภายใน 7 วันแรกที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์) โดยสามารถสอบถามอาการจากผู้ป่วยได้ตลอดเวลา สังเกตได้ว่าปัสสาวะมีความถี่น้อยลงมาก อาการเบาเนื้อเบาตัวอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่าง เช่น ตอนกลางคืนปัสสาวะ 5 ครั้ง จะลดลงเหลือ 3 ครั้ง และ 2 ครั้ง และจนเป็นปกติ หลังจากนั้นให้ลดปริมาณการใช้ คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % เป็น 10 ซีซี ต่อ น้ำ1.5 ลิตร ดื่มตามการผสมปกติเพื่อปรับสมดุลของร่างกาย
· ห้ามทานอาหารทำลายกระดูก ได้แก่ ผงชูรส น้ำอัดลมที่มีสีดำ น้ำตาลทรายขาว รวมถึงยาฆ่าแมลงจากผักและผลไม้
· ห้ามดื่มเครื่องดื่มมีอัลกอฮอร์ เช่น สุรา เบียร์
· หากเป็นไปได้เลิกรับประทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด อาหารรสเค็มจัด อาหารทะเล ยกเว้นเนื้อปลาทานได้
· สามารถใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบันที่รับจากโรงพยาบาลได้
ป่วยเป็นโรคไทรอยด์ (แบบเป็นพิษ) ถ้าดื่มเพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายจะต้องดื่มอย่างไร……?

· คือ กรณีโรค โรคไทรอยด์แบบเป็นพิษ การใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % ให้ผสมน้ำ ดื่มได้ตามปกติ
1-5 วันแรก ให้ผสมน้ำ ปริมาณ 10 ซีซี / วัน / 1 ขวด (น้ำสะอาด 1.5 ลิตร)
6 – 15 วัน ให้ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % โดยเพิ่ม ปริมาณเป็น 15 ซีซี / วัน / 1ขวด (น้ำสะอาด 1.5 ลิตร)
หลังจาก 15 – 30 วัน ให้ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % โดยเพิ่ม ปริมาณเป็น 20 ซีซี / วัน / 1 ขวด (น้ำสะอาด 1.5 ลิตร)
· และให้เพิ่มใช้หัวเชื้อบริสุทธิ์ เทใส่ขวดสเปรย์ หรือขวดหยอด (Dropper) หยดใต้ลิ้น อมไว้ 3-5 นาที แล้วจึงกลืน ใช้ใส่ขวดสเปรย์ (ขนาด 10 ซีซี ) เช้า ½ ขวด และ ตอนเย็น ½ขวด ก่อนอาหาร โดยทั่วไปหลังจาก 30 วัน อาการจะเริ่มดีขึ้น (แต่เฉพาะบางท่านที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงมาก จะเห็นผลภายใน 15 วันแรกที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์) โดยสามารถสอบถามอาการจากผู้ป่วยได้ตลอดเวลา อาการทุกอย่างจะทุเลาดีขึ้นตามลำดับ
· ถ้าเป็นไปได้งดการรับประทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด ยกเว้นเนื้อปลาทานได้
· ห้ามดื่มเครื่องดื่มมีอัลกอฮอร์ น้ำอัดลม (โดยเฉพาะน้ำอัดลมที่มีสีดำ) น้ำตาลทรายขาว
· งดการรับประทานของหมักของดอง แตงโมเนื้อแดงๆ
· สามารถใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบันที่รับจากโรงพยาบาลได้
ป่วยเป็นโรคไทรอยด์ (แบบไม่เป็นพิษ) ถ้าดื่มเพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายจะต้องดื่มอย่างไร……?

· คือ กรณีโรคไทรอยด์ (แบบไม่เป็นพิษ) การใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % ให้ผสมน้ำ ดื่มได้ตามปกติ
1-5 วันแรก ให้ผสมน้ำ ปริมาณ 10 ซีซี / วัน / 1 ขวด (น้ำสะอาด 1.5 ลิตร)
6 – 15 วัน ให้ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % โดยเพิ่ม ปริมาณเป็น 15 ซีซี / วัน / 1ขวด (น้ำสะอาด 1.5 ลิตร)
หลังจาก 15 – 30 วัน ให้ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % โดยเพิ่ม ปริมาณเป็น 20 ซีซี / วัน / 1 ขวด (น้ำสะอาด 1.5 ลิตร)
· โดยทั่วไปหลังจาก 30 วัน อาการจะเริ่มดีขึ้น (แต่เฉพาะบางท่านที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงมาก จะเห็นผลภายใน 15 วันแรกที่ได้ใช้ผลิตภัณฑ์) โดยสามารถสอบถามอาการจากผู้ป่วยได้ตลอดเวลา สังเกตได้ว่าไม่เหนื่อยไม่เพลีย
· ถ้าเป็นไปได้งดการรับประทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด ยกเว้นเนื้อปลาทานได้
· ห้ามดื่มเครื่องดื่มมีอัลกอฮอร์ น้ำอัดลม (โดยเฉพาะน้ำอัดลมที่มีสีดำ) น้ำตาลทรายขาว
· งดการรับประทานของหมักของดอง แตงโมเนื้อแดงๆ
· สามารถใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบันที่รับจากโรงพยาบาลได้
ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารแบบเรื้อรัง เป็นมานานหลายปี ถ้าดื่มเพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายจะต้องดื่มอย่างไร……?

· ให้ใช้สารสกัดคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ ใช้ปริมาณ 10 ซีซี ดื่มแบบหัวเชื้อเข้มข้นไม่ต้องผสมน้ำ ดื่มตอนเช้าก่อน 6 โมงเช้า และ ก่อนรับประทานอาหารประมาณ 20 นาที ทุกวัน จนกระทั่งอาการดีขึ้นโดยท่านสามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง
ช่วงวันที่ 1 -2 อาการปวดท้อง แสบท้องจะลดน้อยลง
ช่วงวันที่ 3 – 7 อาการในช่วงนี้จะสังเกตได้ว่าไม่มีอาการแสบท้อง หรือปวดท้องก่อนรับประทานอาหาร หรือหลังรับประทานอาหาร
· งดทานอาหารที่มีรสจัด
· ห้ามทานอาหารทำลายกระดูก ได้แก่ ผงชูรส น้ำอัดลมที่มีสีดำ รวมถึงยาฆ่าแมลงจากผักและผลไม้
· สามารถใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน เช่น ยาลดกรดที่รับจากโรงพยาบาลได้
ป่วยเป็นโรคกรดไหลย้อน เป็นมานานหลายปี ถ้าดื่มเพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายจะต้องดื่มอย่างไร……?

· ให้ใช้สารสกัดคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ ใช้ปริมาณ 10 ซีซี ผสมน้ำ ครึ่งแก้วประมาณ 50 – 100ซีซี ดื่มตอนเช้าก่อน 6 โมงเช้า และ ก่อนรับประทานอาหารประมาณ 20 นาที ทุกวัน จนกระทั้งอาการดีขึ้น
ช่วงวันที่ 1 -2 อาการปวดท้อง แสบท้องจะลดน้อยลง
ช่วงวันที่ 3 – 7 อาการในช่วงนี้จะสังเกตได้ว่าไม่มีอาการแสบท้อง หรือปวดท้องก่อนรับประทานอาหาร หรือหลังรับประทานอาหาร
· งดทานอาหารที่มีรสจัด
· · ห้ามทานอาหารทำลายกระดูก ได้แก่ ผงชูรส น้ำอัดลมที่มีสีดำ รวมถึงยาฆ่าแมลงจากผักและผลไม้
· สามารถใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ที่รับจากโรงพยาบาลได้

ป่วยเป็นโรคกระดูกทับเส้น เป็นมา 6 เดือน มีอาการปวดมากบริเวณบั้นเอว ถ้าดื่มเพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพร่างกายจะต้องดื่มอย่างไร……?

เส้นประสาทถูกกดทับ เกิดจากการที่สันหลังคนเราประกอบไปด้วยกระดูกสันหลังชิ้นย่อยๆ เรียงต่อกันเป็นแนวจากต้นคอจนถึงก้นกบ ระหว่างกระดูกแต่ละข้อก็จะมีแผ่นกระดูกอ่อนที่เรียกว่า หมอนรองกระดูกสันหลังคั่นกลางทำหน้าที่ป้องกันการเสียดสี และภายในโครงกระดูกสันหลังนั้นประกอบไปด้วยเส้นประสาทแตกแขนงจากไขสันหลังไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย เส้นประสาทที่แยกออกมาจากไขสันหลัง เรียกว่า รากประสาท ซึ่งจะอยู่ชิดกับหมอนรองกระดูก เมื่อหมอนรองกระดูกเคลื่อนตัวกดทับรากประสาทก็จะทำให้เกิดอาการปวดตามส่วนต่างๆ ที่เส้นประสาทส่งไปถึง
· ให้ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % ปริมาณ 15 ซีซี ผสมน้ำ 1.5 ลิตร ให้ดื่มแทนน้ำทั้งวัน
ในระยะเวลา 3 – 7 วัน ในช่วงนี้ จะเกิดในอาการอยู่ 2 กรณี
· กรณีที่ 1 บางท่านอาจเกิดสภาวะครั่นเนื้อครั่นตัวจนถึงเป็นไข้ t chloro plus และมีอาการการปวดมากขึ้นมากกว่าเดิม ถ้าท่านปวดมากสามารถใช้ยาแก้ปวดแผนปัจจุบันร่วมด้วยได้เพื่อบรรเทาอาการ
· กรณีที่ 2 บางท่านอาจไม่เกิดอาการปวดใดๆ แต่จะรู้สึกเบาเนื้อเบาตัวในช่วง 3 วันแรก อาการปวดน้อยลงกว่าเดิม จนไม่มีอาการปวดในช่วงหลังวันที่ 7
ในช่วง 8 – 14 วัน ให้ลดปริมาณคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % เป็น ปริมาณ 10 ซีซี ผสมน้ำ 1.5 ลิตร ให้ดื่มแทนน้ำทั้งวัน
· ห้ามทานอาหารทำลายกระดูก ได้แก่ ผงชูรส น้ำอัดลมที่มีสีดำ รวมถึงยาฆ่าแมลงจากผักและผลไม้
· สามารถใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ที่รับจากโรงพยาบาลได้
ปวดหัวไมเกรนเป็นประจำ ต้องการดื่มคลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ต้องดื่มอย่างไร……?
· ปวดศีรษะแบบไมเกรน ไมเกรนเกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย แต่พบบ่อยในช่วงอายุ 22 – 55ปี ผู้หญิงมีโอกาสมากกว่าผู้ชาย 3 เท่า อาการที่เกิดมักมีอาการปวดตุบๆ ที่ขมับหรือเบ้าตาซีกใดซีกหนึ่งตามจังหวะการเต้นของชีพจร แต่บางครั้งอาจปวดตื้อๆ อาจปวดข้องหนึ่งข้างสลับข้างกัน ระยะเวลาการปวดมักปวดเป็นชั่วโมง หรือเป็นวันๆ ก่อนปวดมักมีอาการตาพร่า ตาลาย ถ้าปวดรุนแรงจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย
· สาเหตุการเกิดไมเกรน การแพทย์ตะวันตกปัจจุบันที่เจริญก้าวหน้ามาก ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการปวดศีรษะแบบไมเกรน เพียงแต่มีข้อสันนิษฐานว่าเกิดจากการบีบตัวหรือขยายตัวของหลอดเลือดในสมองมากกว่าปกติ จึงทำให้เกิดการปวดศีรษะขึ้นอย่างรุนแรงและรวดเร็ว
· โรคไมเกรนบอกอะไร ? การบำบัดโรคไมเกรนในปัจจุบันเป็นการหยุดอาการปวดเป็นครั้งคราวเท่านั้น เมื่อหมดฤทธิ์ของยาก็ต้องใช้ยาซ้ำไปตลอด แต่อาการก็ไม่ได้หายขาดมักเป็นแบบเรื้อรัง ไมเกรนไม่ใช่แค่มีอาการปวดศีรษะเท่านั้นแต่เป็นการสะท้อนในเรื่องของความเสื่อมโทรมของร่างกาย การดูแลรักษาสุขภาพจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นและสำคัญ
· การได้รับสารอาหาร ในสัปดาห์แรก ให้ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % เพื่อปรับสภาพการได้รับสารอาหาร ปริมาณ 5 ซีซี ผสมน้ำ 1.5 ลิตร ให้ดื่มแทนน้ำทั้งวัน ประมาณ 2 – 5 วัน
· ให้ใช้คลอโรฟิลล์บริสุทธิ์ 100 % ปริมาณ 15 ซีซี ผสมน้ำ 1.5 ลิตร ให้ดื่มแทนน้ำทั้งวัน
ช่วงวันที่ 1 – 7 ในช่วงนี้
· อาการปวดศีรษะจะมากขึ้น รวมถึงมีอาการไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัว บางรายอาจมีไข้หลายวัน แต่ให้รับประทานต่อไปเรื่อยๆ
ช่วงวันที่ 8 – 15 อาการในช่วงนี้จะสังเกตได้ว่าความถี่ในการปวดหัวไมเกรนเริ่มลดน้อยลง อาการปวดจะค่อยๆ ลดลง และไม่พบอาการปวดในที่สุด
· งดการนอนดึก พยายามหลีกเลี่ยงอารมณ์เครียด หาเวลาออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ
· ห้ามทานอาหารทำลายกระดูก ได้แก่ ผงชูรส น้ำอัดลมที่มีสีดำ รวมถึงยาฆ่าแมลงจากผักและผลไม้
· สามารถใช้ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน ที่รับจากโรงพยาบาลได้ t chloro plus.